วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : STA แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมายหลังเพิ่มทุนที่ 22.9 บาท

แจ้งเลื่อนขายหุ้นที่สิงคโปร์ไปก่อน ช่วงสั้นมองบวกมากกว่าลบ
อ้างเหตุตลาดหุ้นโลกผันผวน จึงประกาศเลื่อนการเสนอขายหุ้นที่สิงคโปร์ออกไปก่อน
ระยะสั้น เราให้น้ำหนักผลกระทบที่เกิดขึ้นทางบวกมากกว่าด้านลบ เหตุเรายังไม่รวม
กำลังการผลิตใหม่ในประมาณการและคาดไม่ต้องเกิด Dilution effect กับราคาหุ้นแล้ว
ทิศทางราคายางปัจจุบันยังสดใส โดยยืนตัวสูงเหนือ 100 บาทต่อก.ก.อีกครั้งสำหรับ
ยางแท่ง
ด้วยภาพรวมกำไร 1H53 ที่โดดเด่น 342%YoY เราจึงเตรียมปรับกำไรทั้งปี 53 ขึ้น
แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” โดยเบื้องต้น คงราคาเป้าหมายหลังเพิ่มทุนที่ 22.9 บาท

Investment Theme :
เหตุการณ์ : STA เป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพารารายใหญ่ของไทย โดยมีสัดส่วนราย
ได้มาจากขายยางแท่ง (STR20) และยางแผ่นรมควัน (RSS3) กว่า 67% และ 19%ของรายได้
รวม ตามลำดับ โดยเมื่อเย็นวานนี้ (31 ส.ค.53) บริษัทได้แจ้งความคืบหน้าการจดทะเบียนหุ้นใน
สิงคโปร์ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
แจ้งขอเลื่อนการเสนอขายหุ้นที่ประเทศสิงคโปร์ออกไปก่อน โดยระบุแม้เมื่อวันที่ 26
ส.ค.53 บริษัทจะได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัก
ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุการณ์ความผันผวน
ของตลาดทุนทั่วโลกเมื่อเร็วๆ นี้ ดังนั้น บริษัทจึงได้พิจารณาและเห็นสมควรให้เลื่อนการเสนอขาย
หุ้นดังกล่าวออกไปก่อน ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าประการใด บริษัทฯ จะทำการแจ้งให้ทราบต่อไป
ผลกระทบ : เราประเมินผลกระทบจากประเด็นการเลื่อนเสนอขายหุ้นครั้งนี้ มีทั้งด้าน
บวกและลบ ดังนี้
ผลกระทบหลักด้านลบที่คาดเกิดขึ้น คือ ช่วงสั้น บริษัทจะยังไม่มีเงินทุนที่ได้จากการ
เพิ่มทุนเข้าบริษัท โดยตามข่าว (ที่มา : รอยเตอร์) ระบุวงเงินระดมทุนที่จะได้ราว 252 ล้าน
ดอลลาร์สิงคโปร์หรือเทียบเท่ามูลค่า 5,800 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ด้วยวัตถุประสงค์ของการ
ระดมทุนส่วนใหญ่มากกว่า 45%ของเงินที่คาดได้ทั้งหมดจะใช้สำหรับการทำสวนยาง ซึ่งเป็น
สร้างผลประโยชน์ได้จะต้องอาศัยระยะเวลาหลายปีขึ้นไป

ผลกระทบหลักด้านบวกที่จะเกิดขึ้น คือ
1.ไม่ต้องเกิด Dilution effect จากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยหากอิงจากตัวเลขคาด
การณ์กำไรสุทธิเดิมของเราปี 53-54 ที่ 2,775 ล้านบาทและ 2,943 ล้านบาทแล้ว (กำไร 1H53
อยู่ที่ 2,495 ล้านบาท) ซึ่งหากจำนวนหุ้นเดิมก่อนเพิ่มทุนที่ 1,000 ล้านหุ้นแล้ว จะได้ราคาเป้า
หมายปี 54 ก่อนเพิ่มทุนอยู่ในช่วง 26.5 -29.4 บาทอิง PER 9-10 เท่า ตามลำดับ
2.ไม่มีผลต่อตัวเลขประมาณการกำไรสุทธิปี 53-54 ของเรา เนื่องจากเงินที่คาดได้จาก
การระดมทุนส่วนใหญ่เป็นการลงทุนที่จะสร้างผลประโยชน์ในระยะยาว ดังนั้น เราจึงยังไม่ได้รวม
ผลบวกจากการระดมทุนในครั้งนี้ในประมาณการกำไรปี 53-54 ของเรา ซึ่งหากพิจารณาจาก
กำไรช่วง 1H53 ที่สูงถึง 2,495 ล้านบาทประกอบกับสภาวะอุตสาหกรรมยางโดยรวมที่ยังสดใส
ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ราคายางแท่งในปัจจุบันกลับมายืนเหนือระดับ
100 บาทต่อก.ก.อีกครั้ง ดังนั้น เราจึงอยู่ระหว่างปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 53 -54 ขึ้นจาก
ปัจจุบันที่ 2,775 ล้านบาทและ 2,943 ล้านบาท ตามลำดับ
คำแนะนำ : คงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” โดยเบื้องต้น ด้วยการเลื่อนขายหุ้นครั้งนี้ยังไม่มี
ข้อแน่ชัดว่าจะไปนานเท่าใด ดังนั้น เราจึงยังคงใช้ราคาเป้าหมายปี 54 หลังเพิ่มทุนไปก่อนที่
22.9 บาทอิง PER ที่ 10x ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มการเกษตรและอาหารที่ซื้อขาย
PER ราว 8-15x




เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/09/10 เวลา 10:45:02

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น