วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

ตลาดผันผวนมาก หลังเทคนิคเกิด Divergence สอย GFPT

24 กันยายน 2553 10:24





Fund Flow ต่างชาติเป็น Theme หลักหนุนหุ้นไทย พุ่งทะยานทำสถิติสูงใหม่ที่ 957.22 จุด โดยยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในภาวะของการปรับตัวขึ้นอย่างเต็มตัว เป้าหมายของมุมมอง จึงมุ่งไปที่เป้าหมาย 960 จุดว่าจะผ่านไปได้อย่างแข็งแกร่งได้เพียงใด อย่างไรก็ตาม คงมีประเด็นที่อาจจะเข้ามาฉุดตลาดอยู่บ้างจากการระงับการประมูล 3G ที่อาจทำให้เกิดการเทขายหุ้นในกลุ่ม ICT แต่คาดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเข้ามากระทบเพียงช่วงสั้น และไม่ได้ส่งผลอย่างเป็นนัยยะต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย ทำให้น้ำหนักตลาดจะทุ่มความสนใจไปที่เม็ดเงินของต่างชาติที่คาดว่าจะยังไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นไทย หลังรมว.คลังออกมาระบุว่าเงินบาทยังแข็งค่าได้อีกจากเศรษฐกิจที่ดี ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวล และเชื่อว่าคงยังไม่เห็นมาตรการสกัดเงินทุนไหลเข้า จึงส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นยืนบวกต่อไปได้ และยิ่งภาพของเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปที่อ่อนแอ สะท้อนมาที่ค่าเงินดอลลาร์ที่ด้อยค่าลงมาก ทำให้เม็ดเงินที่มุ่งเป้าไปที่การแสวงหาผลตอบแทนที่ดีต้องพุ่งเข้าหาตลาดที่มีศักยภาพของการเติบโตอย่างแข็งแกร่งดังประเทศในเอเชีย จึงไม่แปลกที่ได้เห็นการโยกเงินลงทุนมาที่ภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งตลาดหุ้นไทย พระเอกตอนนี้เลยเป็นบทบาทของหุ้นตัวใหญ่ๆ สำหรับดัชนีดาวโจนส์ช่วงนี้ค่อนข้างจะปรับตัวแบบผันผวนและดูเหมือนจะไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่เข้ามาชี้นำตลาดบ้านเราสักเท่าไหร่ เนื่องจากนักลงทุนที่โน่นเค้าวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจว่าจะผ่านพ้นอุปสรรคไปได้หรือไม่ เมื่อเฟดตัดสินใจที่จะยังไม่ใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) หรือ QE รอบ 2 ในการประชุมครั้งล่าสุด แม้เฟดยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับเป้าหมายของเฟดก็ตาม ที่แย่กว่านั้นเฟดได้แสดงมุมมองที่เป็นลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐด้วย รวมถึงกระแสข่าวที่ว่าเฟดอาจจะพิมพ์ธนบัตร เพื่อเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนในตลาด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ยิ่งเพิ่มความกดดันให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจทิ้งทั้งตลาดหุ้น เทขายทั้งดอลลาร์จนทำให้อ่อนค่าลงต่อเนื่อง และตกต่ำสุดในรอบ 7 ปีเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร ส่วนหนึ่งหันไปซื้อสัญญาทองคำและพันธบัตรเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ด้วยความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังเผชิญอยู่ และมีการคาดการณ์ว่าเฟดคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้มาตรการดังกล่าวในไม่ช้านี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงอ่อนแอ สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.9 ล้านบาร์เรลยิ่งเป็นการบ่งบอกว่าปริมาณความต้องการใช้พลังงานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นไม่ได้สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ภาครัฐได้พยายามผลักดันให้เกิดการเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรม การค้า และการบริการ ทำให้ประเมินต่อไปได้ว่าโอกาสของการจ้างงานเพิ่มคงไม่ได้เป็นไปได้ตามคาดหวัง เนื่องจากภาคเอกชนยังมีอาการลังเลที่จะมีการขยายการลงทุน เพิ่มกำลังการผลิตตราบใดที่ภาพของเศรษฐกิจโดยรวมของโลกยังเป็นปัจจัยถ่วงอยู่ กลับมาที่ตลาดหุ้นไทยตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็นด่านหน้าที่สะท้อนความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของบ้านเรา เห็นได้จากการหลั่งไหลของเม็ดเงินต่างชาติจากมุมมองที่เป็นบวก จนทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น แม้จะมีอุปสรรคบ้างต่อการส่งออกมา แต่กับภาพลักษณ์ของประเทศแล้ว หากค่าเงินไม่ได้แข็งค่าไปกว่านี้นัก เชื่อจะเป็นสิ่งที่ดีโดยเฉพาะกับตลาดหุ้นที่หากมี Fund Flow เข้ามาต่อเนื่อง โอกาสที่ปีนี้จะเป็นปีทองของ SET ที่มีโอกาสทำสถิติสร้างจุดสูงสุดใหม่ และยิ่งถ้าทะลุ 1,000 จุดต้องถือว่าเป็นโบนัสสำหรับนักลงทุนที่รอคอยกันมานานหลายปี อย่างไรก็ตาม แนะนักลงทุนให้เลือกเข้าลงทุนอย่างระมัดระวัง คำโบราณที่ว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” น่าจะเป็นสิ่งที่ควรนำมาเตือนใจนักลงทุนไว้บ้าง เพราะมีบางประเภทที่เวลาเห็นหุ้นปรับตัวลงหนักมักเกิดความกลัวจ้องจะเทขายท่าเดียว แต่พอเห็นหุ้นขึ้นติดต่อกันสักพัก ใจกลับฮึกเหิมสู้แล้วกระโดดเข้าไปไล่ซื้อ เช่นนี้ระวังนะครับเดี๋ยวจะติดยอดดอย สำหรับฟันธงมาเนียมีมุมมองเดิมสำหรับท่านที่ได้ซื้อหุ้นตามที่ได้เคยแนะไว้ในยามที่มีการพักฐานลงมา ช่วง SET Index ระดับนี้บางส่วนควรทำกำไรไว้บ้าง แต่อีกส่วนไว้ลุ้นหากตลาดยังไปต่อ ถือเป็นการจัดการแบบ Risk Management ผมเชื่อไม่มีใครตอบได้ว่าตลาดจะไปได้มากน้อยเพียง ทุกอย่างที่ประมาณการตัวเลขกันนั้นเป็นเพียงการประเมินจากพื้นฐานในการวิเคราะห์ทั้งจากข้อมูลในเชิง Fundamental ส่วนในเชิงเทคนิคอาจจะส่งสัญญาณ Negative หลังเกิดสัญญาณขัดแย้ง Negative Divergence ในเครื่องมือเทคนิค จึงเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนในช่วงสั้น สอย GFPT เทคนิคมีสัญญาณกลับตัวขึ้นรอบใหม่ หากยืนเหนือแนวรับที่ 8.55 บาทได้แข็งแกร่ง คาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 9.05 บาท และถัดไปที่ 9.30 บาท สำหรับพื้นฐานนับว่าน่าสนใจ หลังยอดขายอาหารสัตว์ในประเทศแข็งแกร่ง และยอดส่งออกไก่เพิ่มขึ้น คาดว่าหนุนกำไร Q3/53 เติบโตต่อเนื่องจาก Q2/53 นอกจากนี้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท เนื่องจากมีการทำ Hedging ไว้แล้วจนถึงสิ้นปี จึงไม่มีผลกระทบต่อรายได้ แถมธุรกิจเข้าสู่ High Season เชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะเห็นการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น