ดัชนีผันผวน บาทแข็งค่า เงินยังไหลเข้าเอเชีย
วันพุธที่ 22 กันยายน 2010 เวลา 09:12:41 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.06 น. ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 30.66 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 3.6 พันล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียที่เปิดทำการมีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนบวกและลบ นักวิเคราะห์คาดดัชนีหุ้นไทยยังคงผันผวน และจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นทางเทคนิค หากสามารถปิดเหนือ 940 จุดได้ แนะเก็งกำไร 8 หุ้นเด็ด ดังนี้ MCOT IVL MINT KTB CPF PTTCH BBL KBANK
บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาดวันนี้: ผันผวนในกรอบ 932-944
การโหมซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยกว่า 3.6 พันล้านบาทของนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางค่าเงินบาทที่ยังทรงตัวด้านแข็งค่าหลังธปท. เผยยังไม่มีมาตรการออกมาเพิ่มเติม จะเป็นตัวช่วยประคองตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ขณะที่บรรยากาศลงทุนภายนอกค่อนข้างเงียบเหงาหลังเฟดยังมีความกังวลเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเฉื่อยชาของสหรัฐอีกทั้งแสดงความพร้อมที่จะดำเนินมาตรการต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนตลาดหุ้นในภูมิภาคหลายแห่งปิดทำการเนื่องในวันหยุดอาทิ จีน, เกาหลีใต้ และไต้หวันโดยรวมมอง SETI จะคงความผันผวนในกรอบ 932-944 อาจซึมตัวลงก่อนตามบรรยากาศลงทุนภายนอก หลังการพุ่งขึ้นกว่า 14 จุด วานนี้ อย่างไรก็ดี หากความผันผวนทำให้สามารถยืนปิดเหนือระดับ 940 ได้ จะเปลี่ยนแนวโน้มระยะสั้นทางเทคนิคให้เป็นขาขึ้นอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุน: ระยะสั้นยังคงเน้นการเก็งกำไรหุ้นรายตัวเป็นหลักต่อไป
แนวต้าน : 944-952 แนวรับ : 932-926
การจัดพอร์ตระยะสั้น - หุ้น 50% : เงินสด 50%
หุ้นแนะนำ:
1. MCOT เก็งกำไร FV ปี 54 = 32.50 บาท ค่าโฆษณาเติบโตดี, ราคา laggard+ คาดปันผลระหว่างกาล 0.85 บาท
2. IVL เก็งกำไรในกรอบเทคนิค ต้าน 28.75-30.00 รับ 26.75-26.00
3. MINT เก็งกำไร FV = 13.80 บาท ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
4. KTB เก็งกำไร FV ปี 54 = 16.60 บาท รับประโยชน์โครงการภาครัฐ
5. CPF เก็งกำไรในกรอบเทคนิค ต้าน 26.75-27.75 รับ 25.25-24.70Cut loss หากปิดต่ำกว่า 24.50
KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันพุธขยับขึ้นต่อ แม้ว่าในช่วงต้นตลาดดัชนีฯ อาจย่อลงบ้างหลังจากมีการทำราคาปิดในช่วงท้ายเมื่อวานนี้ แต่ภาพรวมยังมีแรงหนุนจากความชัดเจนที่มากขึ้นใน 2 ประเด็นหลักๆเรื่องแรกคือมาตรการคุมเงินทุนไหลเข้าในตลาดพันธบัตร หลังจากผู้ว่า ธปท. ชี้ว่าทุนต่างชาติที่เข้าตลาดพันธบัตรเป็นเรื่องปกติในระดับภูมิภาค และจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในระยะนี้ ซึ่งเรามองว่าจนกว่าดร. ธาริษาจะเกษียณอายุในสิ้นเดือน ก.ย. คงยังไม่มีอะไรน่ากลัวประกาศออกมา
เรื่องที่สองคือการประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อคืน ซึ่งตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.25% ตามคาด แต่เตือนถึงการว่างงานสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงและที่สำคัญกว่านั้นและเป็นการเตือนครั้งแรกคือความเสี่ยงของเงินฝืด(Deflation) เราจึงมองว่ามีโอกาสสูงที่เฟดจะมีมาตรการเพิ่มสภาพคล่องในระบบอีกในอนาคตอันใกล้
จากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมา KGI คาดว่าค่าเงินเอเชียและเงินบาทจะแข็งค่าต่อ เนื่องจากสัญญาณอ่อนแรงของสหรัฐฯ ผนวกกับมาตรการที่อาจออกเพิ่มในอนาคต น่าจะกลับมากดดันสกุลเงินดอลล่าร์ฯ อีกครั้งอย่างไรก็ดีราคาน้ำมันที่อ่อนลงแรงอาจส่งผลให้ทางขึ้นของหุ้นพลังงานมีน้อยในวันนี้ และดัชนีฯ มีแนวต้านอยู่ที่ 944 จุด
กลยุทธ์: สำหรับหุ้น Top picks ในกลุ่มขนาดกลางอย่างบ้านและนิคมฯ ให้ถือต่อไปได้ และซื้อเพิ่มในหุ้นใหญ่ เนื่องจากแนวโน้มทุนต่างชาติดูดีขึ้นกว่าเดิม หุ้นเด่นคือ PTTCH*, BBL* และ KBANK* นอกจากนั้นเรามองว่า KTB น่าจะมีจิตวิทยาเชิงบวก หลังจากตัวเลขสินเชื่อ 8 เดือนแรกเติบโตสูงถึง 9.5% ตามแรงหนุนของการเบิกจ่ายภาครัฐฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น