ดัชนีผันผวนมากขึ้น ทยอยเก็บหุ้นบิ๊กแคป
วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2010 เวลา 09:52:33 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.45 น. ค่าเงินบาทไม่เปลี่ยนแปลงมาอยู่ที่ 30.68 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 4.2 พันล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวอยู่ในแดนลบ นักวิเคราะห์คาดดัชนีหุ้นไทยผันผวนรุนแรงมากขึ้น แนะเก็งกำไร 8 หุ้นเด็ด
บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาดวันนี้: แรงซื้อต่างชาติหนุน sentiment เชิงบวก แต่ระวังความผันผวนจะมีมากขึ้น ภาพรวมตลาดยังคงอยู่ใน sentiment เชิงบวกด้วยแรงหนุนสำคัญจากการแรงซื้อต่อเนื่องในระดับสูงของนักลงทุนต่างชาติ โดยวานนี้ซื้อสุทธิไปอีก 4.2 พันล้านบาท ผลักดันดัชนีปิดเหนือระดับ 940 ได้สำเร็จ ทำให้แนวโน้มระยะสั้นกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ปัจจัยภายนอกระยะสั้นในวันนี้ดูค่อนข้างทรงตัวอิงในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ทั้งตลาดหุ้นต่างประเทศ และราคาน้ำมันฯ ส่วนปัจจัยภายในเช้านี้รอฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเรื่องการประมูล 3จี โดยรวมมองไม่มีปัจจัยที่โดดเด่นเข้ามาในช่วงนี้ นอกเหนือจากการจับตาดูแนวโน้ม Fund flow และการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเป็นสำคัญจะทำให้ตลาดมีความผันผวนมากขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน: ระยะสั้นยังคงเน้นการเก็งกำไรหุ้นรายตัวเป็นหลักต่อไป นอกจากนี้การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐได้หนุนความคึกคักในตลาดทองคำ อาจเลือกใช้เป็นการลงทุนทางเลือกได้สำหรับผู้ที่ได้ศึกษาข้อมูลแล้วอย่างละเอียดรอบคอบ
แนวต้าน : 952-960
การจัดพอร์ตระยะสั้น - หุ้น 50% : เงินสด 50%
หุ้นแนะนำ:
1. MCOT เก็งกำไร FV ปี 54 = 32.50 บาท ค่าโฆษณาเติบโตดี, ราคา laggard + คาดปันผลระหว่างกาล 0.85 บาท
2. MINT เก็งกำไร FV ปี 54 = 16 บาท ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
3. PTT เก็งกำไร FV 320 บาท laggard, ผลกระทบมาบตาพุดจำกัด
4. SCB เก็งกำไร FV ปี 54 = 112.50 loan growth ส.ค. โตโดดเด่น
5. STA เก็งกำไร FV หลังเพิ่มทุน 28.50 บาท
KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันพฤหัสฯ จะชะลอความร้อนแรง ดัชนีฯ น่าจะแกว่งตัวกรอบแคบตามการปรับฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งมีข่าวลบเล็กๆ จากการลดเงินปันผลของ บ. ไมโครซอฟท์ และตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับลง อย่างไรก็ดีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นต่อนโยบายการเงินและนโยบายค่าเงินของไทยจะยังเป็นผลดีต่อทุนต่างประเทศไหลเข้าและจำกัดการปรับลงใดๆ ของดัชนีฯ
โดยวานนี้ รมว. คลัง กล่าวว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งขึ้นต่อไปตามพื้นฐานเศรษฐกิจและขณะนี้ยังไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันมากนัก ขณะที่รองผู้ว่า ธปท. ก็ออกมาชี้ว่านโยบายการเงินจากนี้ไปจะเน้นเสถียรภาพราคาเป็นหลัก ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของ KGI มองว่าดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นต่อไปที่ 2.25% ณ สิ้นปี 2553 (จากปัจจุบันที่ 1.75%) และก็จะเป็นหนึ่งเหตุผลที่เงินบาทน่าจะแข็งต่อ
ส่วนปัจจัยเด่นในประเทศวันนี้คือการตัดสินของศาลปกครองสูงสุดเวลา 9.00 น. ว่าด้วยการประมูล 3 จี ซึ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ได้ส่งสัญญาณมาแล้ววานนี้ว่าอาจต้องมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจของ กทช. อีก ซึ่งหากเป็นเช่นนี้เงื่อนเวลาก็จะยืดยาวออกไปเช่นกัน
กลยุทธ์: แนะนำถือหุ้นหลักเช่นธนาคารและพลังงานต่อ รอติดตามข่าวสารเรื่อง 3 จี รวมทั้งปริมาณการเข้าซื้อขายของทุนต่างชาติ กรณีมีแรงขายทำกำไรในวันแนะให้เก็บหุ้นใหญ่ที่เราชอบเช่น BANPU, SCC และ PTTCH เป็นต้น สำหรับวันนี้ตลาดมีแนวรับที่ และแนวต้าน
ที่ 950 และแนวรับใกล้มากที่ 944 จุด ถัดไป 933 จุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น