วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

วันนี้เก็งกำไร 13 หุ้นดาวเด่น




โบรกชี้ดัชนีผันผวน หากปรับฐานให้ลุยเก็บบิ๊กแคป

วันอังคารที่ 28 กันยายน 2010 เวลา 09:39:58 น.




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.34 น. ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.01 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 30.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนบวกและลบ หลังจากวานนี้ปรับตัวขึ้นแรง สำหรับตลาดหุ้นไทยนักวิเคราะห์คาดดัชนีผันผวน และหากปรับฐานให้เก็บหุ้นขนาดใหญ่ พร้อมแนะเก็งกำไร 13 หุ้นเด็ด

บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้

แนวโน้มตลาดวันนี้: Fundflow ยังหนุน แม้ระหว่างทางมีความผันผวน

ภาพรวมตลาดยังคงอยู่ทางขาขึ้น ด้วยแรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้าเป็นหลักขณะที่ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องอีกกว่า 2.6 พันล้านบาท วานนี้บรรยากาศลงทุนในภูมิภาคเช้านี้ซบเซาลงบางส่วนจากการขายทำกำไรในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท น่าจะส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนระหว่างวันมากขึ้น แต่ยังไม่น่าเปลี่ยนแปลงแนวโน้มขาขึ้นได้ตราบเท่าที่ Fundflow ยังคงไหลเข้ามาสะสมหุ้นขนาดใหญ่ต่อไป

กลยุทธ์การลงทุน: ระยะสั้นเน้นการซื้อเก็งกำไร หุ้นขนาดใหญ่ยังมีความได้เปรียบจากกระแสเงินทุนไหลเข้า

แนวต้าน : 970-978 แนวรับ : 956-950

การจัดพอร์ตระยะสั้น - หุ้น 50% : เงินสด 50%

หุ้นแนะนำ:

1. MCOT เก็งกำไร FV ปี 54 = 32.50 บาท ประกาศปันผล 0.80 บาท

2. MINT เก็งกำไร FV ปี 54 = 16 บาท ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

3. TTA เก็งกำไร FV ปี 54 = 30 บาท ดัชนีค่าระวางเรือเริ่มเป็นบวก

4. GFPT เก็งกำไร FV ปี 54 = 11.20 บาท แนวโน้มผลประกอบการดี

5. IVL เก็งกำไร FV ปี 54 = 37 บาท เติบโตจากแผนขยายกำลังการผลิต

6. PTT ซื้อสะสม FV 320 บาท laggard

แนวโน้มปรับฐาน รอซื้อช่วงอ่อน

KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันอังคารจะมีช่วงปรับฐานลง กลยุทธ์สั้นแนะซื้อแนวรับ-ขายแนวต้าน

เนื่องจากความเสี่ยงของดัชนีฯ สูงขึ้นในระยะสั้นหลังจากขึ้นมาเหนือระดับ 960 จุด ซึ่งสูงเกินกว่าระดับ1.7 เท่าของมูลค่าทางบัญชีของ SET ซึ่งสถิติในอดีตชี้ว่าเป็นระดับที่มักเกิดแรงขายทำกำไร ในขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเมื่อคืนนี้เป็นกลางถึงเป็นลบเล็กน้อย โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อยแบบไม่มีข่าวสารสำคัญ

ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับลดลงรับข่าวมูดี้ส์ปรับลดความน่าเชื่อถือของธนาคารในไอร์แลนด์ แต่เรามองว่าจะไม่กระทบจิตวิทยาต่างประเทศมากนัก ในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับมาตรการเสริมสภาพคล่องของสหรัฐฯ เป็นหลักหากตลาดหุ้นมีปรับฐานแนะนำซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่

เนื่องจากแนวโน้มทุนต่างชาติในระยะกลางยังแข็งแกร่ง ตั้งแต่ต้นปี 2553 ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยไป 3.29 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.4% ของมูลค่าตลาดซึ่งยังต่ำหากเทียบกับสัดส่วนในปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 0.8% จึงคำนวณได้ว่าหากสัดส่วนดังกล่าวกลับไปที่ 0.8% ได้ ก็น่าจะเห็นแรงซื้อต่างชาติเข้ามาอีก 3-3.5 หมื่นล้านบาท KGI จึงยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ SETในระยะกลาง แนะนำให้ซื้อหุ้นใหญ่ในช่วงราคาอ่อนตัวลง เช่น BBL, KTB, BANPU, AOT และหุ้นขนาดกลางคือ TASCO, CK และ HEMRAJ เป็นต้น

by  ข่าวหุ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น