คาดกำไรสูงสุดที่ไตรมาส 2 ไปแล้ว
ไตรมาส 2 มักรายงานกำไรสุทธิที่ดีระดับ 200 ล้านบาท บวก/ลบ แต่ต้องเพิ่มความระมัด
ระวังช่วงไตรมาส 4 เนื่องจากเอทานอลจะฉุดในไตรมาส 4 แบกรับFixed Cost มากแต่
Utilization Rate ต่ำ เราแนะนำ Trading เก็งกำไร LANNA มีดืที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
0.5-0.6 บาทต่อหุ้น น่าสนใจซื้อรับปันผล
• ราคาถ่านหิน 2H53 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย: ราคาถ่านหินเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับ
ตัวสูงขึ้นจากเหตุฝนตกต่อเนื่องในประเทศอินโดนีเซียที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งโดยปกติแล้ว
ช่วงไตรมาส 3-4 ของทุกปีจะเป็นช่วงหน้าแล้งที่เหมืองส่วนใหญ่จะเร่งกำลังการผลิตเพื่อมา
สำรองไว้ขาย แต่ในปีนี้ฝนในประเทศอินโดนีเซียตกต่อเนื่องทำให้มีผลกระทบต่อการขนส่งถ่าน
หินมายังท่าเรือและเหมืองมีผลผลิตออกมากน้อย เป็นปัญหาทางด้านซัพพลายและมีเหมืองหลาย
เหมืองที่อาจจะประกาศ Force Majeure (ประกาศหยุดดำเนินงานและส่งของจากปัจจัยที่ควบ
ไม่ได้ เช่น นโยบายรัฐ สภาพภาวะอากาศ โดยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับลูกค้า) โดยที่ท่าเรือมี
เรือรอรับถ่านหินจอดรอเป็นจำนวนมากส่งผลให้ราคาถ่านหินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และเราคาด
ว่าราคาถ่านหินอาจจะอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่องไปในปี 2554 จากระดับปริมาณถ่านหินสำรองของ
เหมืองในอินโดนีเซียที่มีแนวโน้มต่ำกว่าปกติมาก เราคาดราคาถ่านหินเฉลี่ย 2H53 ที่ 97.5
เหรียญฯ ต่อตัน
• คาดปริมาณขายถ่านหิน 2H53 ทรงตัว: โดย 1H53 LANNA มีปริมาณขายถ่านหินไม่รวม
ส่วนที่ซื้อมาขายไปอยู่ที่ 1.7 ล้านตัน เราคาดว่า 2H53 LANNA จะสามารถคงปริมาณขายเดิม
ไว้ได้ที่ระดับเดิมจากเหมืองของ LANNA ที่จะไม่ต้องหยุดดำเนินการผลิตทำให้ LANNA คาด
ปริมาณขายไม่รวมเทรดดิ้งที่ 3.2 ล้านตัน
• มีแผนเข้าซื้อเหมืองถ่านหิน 3 แห่งเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย:
LANNA มีแผนที่จะเข้าซื้อเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียประมาณ 3 แหล่งโดยเป็นแหล่งที่ผลิต
แล้ว 1 แห่ง และเป็นแหล่งสำรวจอีกประมาณ 2 แห่ง โดยจะใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้าน
เหรียญสหรัฐฯจากการใช้เงินกู้สถาบันการเงินในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า
LANNA จะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนในการทำดีลนี้ซึ่งหลังจากซื้งเหมืองสำเร็จ
LANNA จะใช้เวลาในการจัดโครงสร้างบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นอีกประมาณ 2-3 ปีเพื่อนำเข้าจด
ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอินโดนีเซีย ในเบื้องต้นเราเชื่อว่าดีลนี้จะสร้างผลตอบแทนให้
LANNA ค่อนข้างมากจากแนวโน้มราคาเข้าซื้อถ่านหินที่ไม่แพงและยึดจาก Proven Reserve
เป็นหลัก
• ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า: ช่วงนี้เป็นช่วงที่ LANNA ต้องรับสภาพในการ
รับรายได้เป็นเงินบาทที่น้อยลงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้บริหารเชื่อว่ายังอยู่
ในระดับที่ยอมรับได้
• แนวโน้มธุรกิจเอทานอลยังไม่สดใสนัก: ทำให้ LANNA ชะลอแผนที่จะนำ Thai Agro
Energy (LANNA 75%) ซึ่งเป็นโรงผลิตเอทานอลจากน้ำตาลกำลังการผลิต 50 ล้านลิตรต่อปี
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากภาพอุตสาหกรรมธุรกิจเอทานอลที่มีต้นทุนสูงเนื่องจาก
วัตถุดิบที่เป็นกากน้ำตาลมีราคาค่อนข้างแพงจากความต้องการใช้ในส่วนของ Thai Beverage
ที่มีมากและมีความสามารถในการซื้อที่ราคาสูง ส่งผลให้ผลประกอบการในธุรกิจเอทานอลโดย
รวมประสบปัญหา ซึ่งผู้บริหารคาดว่าอุตสาหกรรมนี้จะประสบปัญหาต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปี จากภา
วะมาร์จิ้นต่ำและซัพพลายล้นตลาด เราคาดว่าแนวโน้ม Thai Agro Energy ในปี 2554 จะมีผล
ประกอบการขาดทุนน้อยลงและเริ่มสดใสขึ้นจากการเริ่มดำเนินกิจการของโรงผลิตเอทานอลโรง
ที่ 2 ที่มีวัตถุดิบเป็นมันสำปะหลังกำลังการผลิต 75 ล้านลิตรต่อปีเข้ามาช่วยประกอบกับ
LANNA มีแผนที่จะปรับ Supply Chain ใหม่ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้นซึ่งคาดว่าจะมีราย
ละเอียดชัดเจนขึ้นประมาณปลายเดือน ก.ย. 53
• แนะนำซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 23.5 บาท: จากการประเมินกำไรเบื้องต้นเราคาดว่าใน
ปี 2553 และ 2554 LANNA จะมีกำไรประมาณ 695 ล้านบาทและ 872 ล้านบาทตามลำดับ ได้
ราคาเหมาะสมที่ 23.5 บาทอิง PER ปี 2554 ที่ 9.5 เท่า สะท้อนแนวโน้มการจัดการธุรกิจเอทา
นอลที่ดีขึ้นและแผนการเติบโตจากการเข้าซื้อเหมืองถ่านหิน คาดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.5-
0.6 บาทต่อหุ้น
เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 10/09/10 เวลา 9:51:50
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น