วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : PTTCH แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 140 บาท

Investment Theme :
เหตุการณ์ : PTTCH ผู้ผลิตโอเลฟินส์รายใหญ่ที่สุดของไทย และจัดเป็น
อันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชีย
คาดกำไร 3Q53 ชะลอลง ในการประเมินเบื้องต้น กำไรสุทธิ 3Q53 คาดว่า
อยู่ที่ 2,190 ล้านบาท (-22%YoY, -6%QoQ) กำไรต่อหุ้น 1.46 บาท โดยกำไร 3Q53
ลดลงจากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักคาดว่าเกิดจากกำไรปกติในการดำเนินงานลดลง
ตาม Spread margin ของทุกผลิตภัณฑ์ที่ลดลงรวมทั้งปริมาณผลิต 3Q53 ลดลง
เนื่องจากโรงงานโอเลฟินส์ I4-1 ได้หยุดซ่อมบำรุงเป็นเวลา 45 วัน แต่มีกำไร FX
ประมาณ 797 ล้านบาทตามค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น เข้ามาช่วยพยุง จึงทำให้กำไรสุทธิ
3Q53 ลดลงเล็กน้อย ขณะที่กำไร 4Q53 จะกลับมาเติบโตได้อีก เพราะ spread คาด
ว่าจะดีขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ทำให้ความต้องการปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น
และราคาน้ำมันดิบโลกที่สูงขึ้น จะช่วยผลักดันราคาปิโตรเคมีให้ปรับขึ้นได้
กรณีมาบตาพุด ราคาหุ้นได้รับแรงหนุนจาก 1) โรงงาน 4 แห่งของบริษัทที่ถูก
ศาลฯสั่งระงับชั่วคราว ปัจจุบันได้รับใบอนุญาตดำเนินงาน (operating license) แล้ว
จาก การนิคมอุตสาหกรรมฯประกอบด้วยโรงงานหลัก 2 แห่งคือ โรงงาน HDPE กำลัง
ผลิต 3 แสนตัน/ปี และโรงงานผลิตเอทิลีน (ส่วนขยายของโรงงาน I4-2) ขนาด 1.5
แสนตัน/ปี และ 2) โรงงานเอทิลีนใหม่ ขนาด 1 ล้านตัน/ปี (ซึ่งปี 53 ใช้กำลังผลิต
70% เพราะขาดแคลนวัตถุดิบก๊าซ) อาจเริ่มผลิตเต็มที่ได้ใน ธ.ค.นี้ หลังโรงแยกก๊าซ
ที่ 6 ของ PTT จะได้รับ operating licence ในกลางเดือน ต.ค+ใช้เวลาทดสอบ
เดินเครื่องผลิต 1-1.5 เดือน และจะเริ่มผลิตเต็มที่และป้อนวัตถุดิบก๊าซให้ PTTCH ได้
ในเดือน ธ.ค.53
การควบรวม PTTCH กับบริษัทในกลุ่ม PTT ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทแม่ PTT เป็นสำคัญ ซึ่งเดิม เราประเมินเบื้อง
ต้นว่า การควบรวมกับ PTTCH น่าจะอยู่ในปี 55 หลังจากการควบรวม 2 บริษัทแรก
คือ PTTAR+IRPC แล้วเสร็จในปี 54 ส่วน TOP คาดว่าจะนำไปควบรวมในปี 56 ต่อ
ไปผลกระทบ :
จากกำไร 3Q53 ลดลงน้อยกว่าที่คาด เราจึงปรับกำไรสุทธิปี 53 เพิ่มขึ้น
+9% เป็น 10,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +53%YoY (โดยเป็นการปรับเพิ่มกำไรจาก FX)
กำไรต่อหุ้น 6.91 บาท
ส่วนกำไรปี 54-55 โดดเด่น เพิ่มเป็น 17,388-22,558 ล้านบาท (+67%YoY,
+30%YoY) กำไรต่อหุ้น 11.56 - 15.00 บาท โดยมีปัจจัยผลักดันการเติบโตของกำไร
ปี 54 มาจากปริมาณผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก เนื่องจากทุกโรงงานทั้งขั้นต้น-ปลายนํ้า
สามารถผลิตได้อย่างเต็มที่ เพราะได้รับวัตถุดิบก๊าซจากโรงแยกก๊าซ ที่ 6 ของ PTT
แต่คาด spread ยังทรงตัวจากปี 53 ส่วนกำไรปี 55 เพิ่มขึ้น มาจากแนวโน้ม spread ที่
ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากภาวะธุรกิจขาลงของปิโตรเคมีคาดว่าจะสิ้นสุดในปี 55
ให้ราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 140 บาท (วิธี DCF) หรือคิดเป็น P/E และ P/BV ปี
54 ที่ 12x และ 1.8x
คาดจ่ายปันผล 2H53 ที่ 1.55 บาท/หุ้น (โดยจ่าย 1H53 ที่ 1.45 บาท/หุ้นไป
แล้ว)
คำแนะนำ : “ซื้อเก็งกำไร” จากกำไรปี 54-55 สดใส แต่มี upside เหลือ4%
จากราคาเป้าหมาย 140 บาท
ความเสี่ยง : ความผันผวนของ spread margin และค่าเงินบาท



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 11:39:12

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค KSL ซื้อเก็งกำไร

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค KSL ซื้อเก็งกำไร

KSL – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 11 บาท
แนวรับ: 10.80 แนวต้าน: 11.60, 11.90
ตัดขาดทุน 10.60
ระยะกลางราคาหุ้นยังเคลื่อนไหวในกรอบ Downtrend ขณะที่ระยะสั้นเริ่ม
มีสัญญาณที่ดีจากฟื้นตัวกลับแบบ Head & Shoulders หรือถ้าจะพิจารณาเข้า
รูปแบบ V-Shape ก็มีโอกาสที่จะมีอัตราเร่งในการดีดตัวมากขึ้นโดยเฉพาะทะลุผ่าน
11.10 บาทได้ มีโอกาสทดสอบเป้าหมายแนวต้าน 11.60 บาท และ 11.90 บาท
พื้นฐานแนะนำขาย ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 12.90 บาท





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:32:57

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค LPN ซื้อเก็งกำไร

LPN – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 10.50 บาท
แนวรับ: 10.40 แนวต้าน: 11, 11.30
ตัดขาดทุน 10.20
ราคาในช่วงที่ผ่านมามีการพักเพื่อคลายตัวจากระดับ High ที่ 11.10 บาท
ลงมาใกล้เคียงแนวรับ 9.95 บาท และราคา ณ ปัจจุบันเริ่มมีการฟื้นตัวกลับ มีโอกาสที่
จะปรับขึ้นตามแนวโน้ม Sideway up แนวต้าน 11 บาท และ 11.30 บาท
พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 14 บาท






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:31:21

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค PTT ซื้อเก็งกำไร

PTT – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 297 บาท
แนวรับ: 295 แนวต้าน: 300, 305-307
ตัดขาดทุน 294
เมื่อวานราคาหุ้นเพิ่งจะ break ระดับแนวต้านสำคัญ 295 บาท ที่เป็น
จุดเปลี่ยนหลังจากราคานิ่งอยู่ 4 วัน จากขึ้นทดสอบ High ที่ 297 บาท แล้วมีแรงขาย
ทำกำไรกดอ่อนตัว ซึ่ง PTT เราเคยแนะซื้อไปในวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ราคาตอน
นั้นยังไม่พ้น 295 บาทขึ้นยืน ซึ่งการทะลุผ่านได้เมื่อวาน เรียกว่าผ่านระดับแข็งแกร่ง
ขึ้นมา ซึ่งจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้ามามากขึ้น โดยเป็นการฟื้นตัวแบบ V-Shape
แนวต้าน 300 บาท และ 305-307 บาท
พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 375 บาท





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:29:39

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค IFS ให้ซื้อเก็งกำไร

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค IFS ให้ซื้อเก็งกำไร

IFS : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 1.47
แนวรับ : 1.45-1.42
แนวต้าน : 1.60-1.70

หลังจากไหลลงมาแกว่งทรงตัวแคบๆ แถวแนวรับมาเกือบเดือน เมื่อวานนี้เริ่มมีแรงซื้อ
หนาตาขึ้น และดันราคามาปิดได้ดี ทำให้คาดว่ายังมีลุ้นบวกต่อเพื่อขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตาม
รอบได้ นอกจากผิดคาดราคาย้อนต่ำกว่าแนวรับก่อนถึงจะต้องยอมถอย




เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:19:45

บล.ฟิลลิป : AMATA ราคาพื้นฐานปี 54 ที่ 17.50 บาท แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

เข้าใกล้เป้าการขายที่ดิน 1,500 ไร่
การขายที่ดินเพิ่มสูงขึ้นชัดเจนจาก 1H53 ที่ขายได้ 252 ไร่ (1Q53-135 ไร่ และ
2Q53-118 ไร่) โดยขายได้ 172 ไร่ใน 3Q53 และบรรลุข้อตกลงกับลูกค้ารายใหญ่ (แคนนาด
อลกรุ๊ป) 500 ไร่ ทำให้ยอดขายที่ดินสะสมของปีนี้เป็น 925 ไร่ ทางบริษัทกำลังจะปิดการขายใน
4Q53 ขนาดพื้นที่รวม 1 พันไร่ โดยทางบริษัทมีความมั่นใจว่าจะปิดการขายได้อย่างน้อย 500
ไร่เพื่อบรรลุเป้าหมาย 1.5 พันไร่ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังเจรจาขายที่ดินขนาด 500 ไร่กับกลุ่ม
Holy ที่เคยซื้อที่ดิน จาก AMATA ไปขายต่อ รวมไปถึงมุมมองการขยายตัวของอุตสาหกรรม
ยานยนต์ต่อเนื่องไปในปีหน้า ทำให้การขายที่ดินปี 54 ยังน่าจะเติบโตจากปี 53 แต่ยังไม่ได้
ตั้งเป้าการเติบโตปีหน้า ทางฝ่ายจึงมองการขายที่ดินปีหน้าเบื้องต้นที่ระดับ 1.2 พันไร่

คาดหมายการเติบโตต่อเนื่องไปถึงปี 54
ทางฝ่ายคาดหมายการเติบโตของยอดขายที่ดินอย่างมากในปีนี้ โดยสถานการณ์การ
ขายล่าสุด เป้าหมายการขายที่ดินปี 53 ที่ 1.5 พันไร่ น่าจะทำได้ไม่ยาก ในขณะที่การขายในปี
หน้ายังอยู่ในระดับ 1.2 พันไร่ เนื่องด้วย 70% ของการขายที่ดินของปี 53 เกิดใน 2H53 การรับ
รู้รายได้จะยกไปในปี 54 ด้วยเหตุนี้ ทางฝ่ายคาดหมายยอดรับรู้รายได้จะเติบโตต่อเนื่อง 41%
และ 46% ในปี 53 และ 54 รายได้รวมเติบโต 71% และ 32% โดยกำไรปี 53 เติบโต 76%
จากการฟื้นตัวของรายได้เป็นหลักใหญ่ ส่วนกำไรปี 54 เติบโต 50% จากรายได้และ Margin
ซึ่งทางฝ่ายคาดว่าภาวะการขายที่ดีขึ้นน่าจะทำให้บริษัทมีอำนาจต่อรองราคาขายได้ดีขึ้น

การประเมินมูลค่าหุ้น
Momentum การขายที่ดินยังไปได้ดี โดยคาดหมายยอดขายที่ดินกว่า 1 พันไร่ใน
4Q53 จาก 425 ไร่ใน 9M53 นอกจากนี้กำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องไปอีกในปี 54 ทางฝ่าย
คงราคาพื้นฐานปี 54 ที่ 17.50 บาท (14 เท่า P/E-2554 ตาม P/E เฉลี่ยในอดีต) ณ ราคาปิด
ล่าสุด แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:10:53

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค CENTEL ให้ซื้อเก็งกำไร

CENTEL : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 5.50
แนวรับ : 5.40-5.20
แนวต้าน : 5.90-6.20

หลังจากพักตัวลงมาในรอบก่อน แล้วเริ่มมีแรงซื้อดันกลับ ทำให้ราคาเริ่มแกว่งทรงตัว
และมีจังหวะยกฐานขึ้นได้บ้างแล้ว ขณะที่ Indicators ต่างๆ ก็ฟอร์มตัวดี จึงคาดว่ามีลุ้นขยับผ่าน
ต้านแรกแถว 5.60 บ.เพื่อขึ้นหาแนวต้านข้างต้นให้ทำกำไรตามรอบได้ นอกจากผิดคาดย้อนหลุด
แนวรับก่อนถึงจะถอย




เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:09:41

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค SAMTEL ให้ซื้อเก็งกำไร

SAMTEL : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 10.80
แนวรับ : 10.50-10
แนวต้าน : 12-13

ราคาเริ่มดีดขึ้นมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หลังพักตัวลงมาพอควร โดยมีวอลุ่มเข้ามาสนับ
สนุน ซึ่งยังมีอยู่ต่อเนื่องในช่วงแกว่งทรงตัวใน 2 วันที่ผ่านมาด้วย ขณะที่รูปแบบกราฟราคาและ
การฟอร์มตัวของ Indicators ต่างๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทำให้มีลุ้นขยับขึ้นหาแนวต้านข้างต้นให้
ทำกำไรตามรอบได้




เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:06:41

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค PF ให้ซื้อเก็งกำไร

PF : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 4.62
แนวรับ : 4.58-4.50
แนวต้าน : 4.90-5.10
             ราคาไต่ระดับขึ้นมาแกว่งทรงตัวทดสอบแนวต้าน 4.60 บ.มาพักใหญ่ ก่อนที่
เมื่อวานนี้จะเริ่มมีวอลุ่มเข้ามาดันราคาให้ปิดสูงกว่าได้สำเร็จ ขณะที่ Indicators ต่างๆ
ก็ฟอร์มตัวได้ดี ทำให้มีลุ้นจังหวะดีดขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้ นอกจาก
ผิดคาดราคาย้อนหลุดแนวรับก่อนถึงจะต้องถอย
  
  

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   30/09/10   เวลา   9:29:17

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค SYNTEC ให้ซื้อเก็งกำไร

SYNTEC : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 1.45
แนวรับ : 1.43-1.40
แนวต้าน : 1.60-1.70
               ราคาค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาได้ดีพอควร ขณะที่วอลุ่มและ Indicators ต่างๆ
ก็สนับสนุนโอกาสขยับขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้ ดังนั้นยังน่าเทรดดิ้งตาม
นอกจากผิดคาดราคาย้อนหลุดแนวรับก่อนถึงจะต้องยอมถอยเพื่อไปรอรับต่ำ
   
   

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   30/09/10   เวลา   9:27:56

บล.กรุงศรีอยุธยา : TCAP แนะนำ “เก็งกำไร” มูลค่าพื้นฐานที่ 46 บาท

 
คาดกำไรสุทธิ 3Q53 ขยายตัวสูง 46% YoY
               การควบรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาต และ SCIB จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายใน
การดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่ในภาพรวมแล้วฐานรายได้จะขยายตัวในอัตราที่มากกว่า โดยคาดว่า
กำไรสุทธิปี 54 ของ TCAP จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 18.2%YoY จาก 9.7% ในปี 53 แต่จาก
ความกังวลต่อเงินกองทุนของ TCAP ที่อาจเป็นข้อจำกัดในการขยายธุรกิจในอนาคต และ
ด้วยราคาหุ้นที่สูงขึ้น 33% ใน 1 เดือนทำให้ส่วนต่างกำไรเทียบกับมูลค่าพื้นฐานแคบลง เราปรับ
คำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “เก็งกำไร” โดยเราปรับมูลค่าพื้นฐานจาก 39 บาท เป็น 46 บาท จาก
การปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น และปรับ Target P/BV จาก 1.2 เท่า เป็น 1.4 เท่า (ROE
17% long term growth 6%)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q53 ที่ 1.46 พันล้านบาท (+46%YoY, +7%QoQ)
            จากการสอบถามทางโทรศัพท์กับเจ้าหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ คาดการณ์ TCAP จะมี
กำไรสุทธิ 3Q53 ที่ 1.46 พันล้านบาท เติบสูง 46%YoY สาระสำคัญมาจากการควบรวมระหว่าง
ธนาคารธนชาต (TCAP ถือหุ้นราว 51%) และ SCIB ใน 2Q53 ส่งผลให้
            i) รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 89%YoY ตามปริมาณ
สินเชื่อ (+109%) และเงินลงทุนเพิ่มขึ้น (+400%)
           ii) รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จากรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นๆ
           คาด NIM จะลดลงที่ 3.9% จาก 4.25% ใน 3Q52 เนื่องจากก่อนการควบรวมสินเชื่อ
ส่วนใหญ่ของ TCAP เป็นสินเชื่อเช่าซื้อ (ประมาณ 70% ของพอร์ตสินเชื่อรวม) ซึ่งมีอัตราผล
ตอบแทนเฉลี่ยของสินเชื่อ (loan yield) ราว 7% สูงกว่า loan yield ของ SCIB ที่ราว 5% แต่
ภายหลังการควบรวม loan yield เฉลี่ยของ TCAP จะลดลงเหลือ 6.1% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน
NIM ของ TCAP ลดลงเทียบกับ 2Q53 กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นราว 7%QoQ สาระสำคัญจากการ
เพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิ กอปรกับรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามปริมา
ณธุรกรรมการเงินเพิ่มขึ้นหลังจากสถานการณ์การเมืองกลับสู่ภาวะปกติ ด้านหนี้เสียมีแนวโน้ม
ทรงตัวจาก 2Q53 ที่ราว 3.8 หมื่นล้านบาท และ NPL Ratio ที่ 6.1%
คาดสินเชื่อ 3Q53 ขยายตัว 1.2%QoQ
           สินเชื่อเดือน ส.ค. 53 พลิกกลับมาขยายตัว 1%MoM จากที่หดตัว 0.5% ในเดือน ก.ค.
เราประเมินว่าสินเชื่อเช่าซื้อยังมีแนวโน้มขยายตัวตามการเติบโตของยอดขายรถยนต์ (เฉลี่ยเพิ่ม
ขึ้น 50%YoY ในช่วง 8M53) คาดการ์สินเชื่อใน 3Q53 จะขยายตัวราว 1.2%QoQ โดยคาด
สินเชื่อทั้งปี 53 จะขยายตัวสูง 108%YoY ซึ่งเป็นผลบวกจากการควบรวมระหว่าง
ธนาคารธนชาต และ SCIB ขณะที่คาดสินเชื่อปี 54 จะกลับมาขยายตัวในระดับปกติที่ 7%YoY
ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการควบรวม แม้การควบรวมระหว่างธนาคารธนชาต และ
SCIB จะส่งผลให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) จากปริมาณลูกค้าและ
จำนวนสาขาเพิ่มขึ้น รวมทั้งส่งผลดีต่อการบริหารส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของ TCAP แต่
การควบรวมจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มหลายด้าน เช่น การปรับปรุงสาขาธนาคาร การปรับปรุง
ระบบเครือข่ายด้านไอที และค่าใช้จ่ายพนักงาน แม้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปี 54 จะเพิ่มขึ้น
20.3%YoY จาก 15.7% ในปี 53 และส่งผลให้ Cost to Income Ratio อยู่ระดับค่อนข้างสูง
ที่ 60% แต่ผลบวกจากการควบรวมจะส่งผลให้ฐานรายได้ของ TCAP เพิ่มขึ้นในอัตราสูงกว่า
และผลการดำเนินงานปี 54 ขยายตัวสูงที่ 18.2%YoY จาก 9.7% ในปี 53
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 53 และปี 54
            เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 53 เพิ่มขึ้น 3% เป็น 5.6 พันล้านบาท (+9.7%YoY)
จากการปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ ลง 15% เหลือ 2.3 พันล้านบาท นอกจากนี้ แม้
เราปรับประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2% แต่ได้ปรับสมมติฐาน NIM เพิ่มขึ้น
จาก 3.7% เป็น 3.9% ส่งผลให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 54 เพิ่มขึ้น 2% เป็น 6.6
พันล้านบาท (+18.2%YoY)   
   

เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   30/09/10   เวลา   9:26:03

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค BH ให้ซื้อเก็งกำไร

BH : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 35
แนวรับ : 34.25
แนวต้าน : 37-39
              ราคายังทรงตัวแถวแนวรับได้ดี และเริ่มมีวอลุ่มเข้ามาดันราคาขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่รูปแบบกราฟราคาและการฟอร์มตัวของ Indicators ต่างๆ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
ด้วย ถ้าไม่ย้อนต่ำกว่าแนวรับลงไปเสียก่อน ก็สามารถลุ้นดีดขึ้นหาแนวต้านให้ทำ
กำไรตามรอบได้
   
   

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   30/09/10   เวลา   9:23:26

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค TOP ซื้อเก็งกำไร

TOP – ซื้อเก็งกำไร
            แนวรับ: 51.25 แนวต้าน: 53.25-54
               ตัดขาดทุน 51
 ในช่วงเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นแกว่ง Sideway ในกรอบสามเหลี่ยม
ช่วง 50.25-51.25 บาท เมื่อวานราคาทะลุผ่าน 51.25 บาทขึ้นยืนปิดที่ระดับเกือบสูง
สุดของวัน และมี Vol. ปรับขึ้นมาสนับสนุนการทะลุผ่านในครั้งนี้ คาดว่าราคามีแรงส่ง
ที่จะปรับขึ้นมาเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway up ช่วง 50.25-54 บาท
  พื้นฐานแนะนำขาย ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 45.80 บาท
   
   

เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   30/09/10   เวลา   9:21:58

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค IRPC ซื้อเก็งกำไร

IRPC – ซื้อเก็งกำไร
             แนวรับ: 4.12 แนวต้าน: 4.26-4.30
                ตัดขาดทุน 4.10
 เมื่อวานราคาทะลุผ่าน 4.14 บาท ซึ่งที่ผ่านมาเคลื่อนตัวในกรอบ
Sideway ถึงเกือบ 2 เดือนเต็ม และเมื่อวานราคาทะลุผ่านได้ และเป็นการทะลุ
ผ่านกรอบ Sideway down ของรอบหลัก พร้อมด้วยการยืนยันของ Vol. ที่เพิ่มขึ้น
หนุน คาดราคามีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้าน 4.26-4.30 บาท โดยเฉพาะผ่าน
4.22 บาทได้ จะมีแรงซื้อกลับเพิ่มสูงขึ้น
  พื้นฐานแนะนำขาย ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 3.80 บาท
   
   

เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   30/09/10   เวลา   9:20:06

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค ADVANC ซื้อเก็งกำไร

ADVANC – ซื้อเก็งกำไร
           แนวรับ: 94.50 แนวต้าน: 98-98.75
              ตัดขาดทุน  93.75
 ราคา ณ ปัจจุบันกำลังจะปรับขึ้นมาปิด Gap ช่วง 91-98.75 บาท โดย
มีสัญญาณกลับเข้ามามากขึ้นเมื่อวานนี้ จากการที่ราคาปิดสูงกว่า 94.25 บาท และ
ถือว่าปิดที่ระดับเกือบ High ได้พร้อม Vol. ที่ขยับขึ้นตาม ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน
ได้ตัดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันขึ้นมารองรับการยกฐานสูงขึ้นของราคา มีโอกาสที่จะขึ้น
ทดสอบแนวต้าน 98-98.75 บาท
  พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 91 บาท
   
   

เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   30/09/10   เวลา   9:17:36

เก็งกำไรหุ้น BLAND ให้กรอบลงทุนไว้ที่ 0.79 -0.84 บ.

 เซียนเทคนิคแนะ นลท. เก็งกำไรหุ้น BLAND ให้กรอบลงทุนไว้ที่ 0.79 -0.84 บ.


              เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซิกโก้ เปิดเผยว่า ตามสัญญาณทาง
เทคนิคการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ
BLAND ยังคงอยู่ในลักษณะแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบๆ โดยมีแนวรับอยู่ที่ 0.79 บาท
และมีแนวต้านอยู่ที่ 0.84 บาท โดยกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเล่นเก็งกำไรในกรอบ
แนวรับแนวต้านดังกล่าวข้างต้น
              ณ เวลา 15.45 น. ราคาหุ้น BLAND อยู่ที่ 0.82 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท
หรือ 2.50% มูลค่าการซื้อขาย 84.08 ล้านบาท  

   
   

รายงาน   โดย อาภรณ์ สุภาพ
เรียบเรียง โดย ศุภวรรณ วราภรณ์
อนุมัติ    โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   29/09/10   เวลา   15:46:26

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค AOT ให้ซื้อเก็งกำไร

AOT : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 41.25
แนวรับ : 40.50-39.50
แนวต้าน : 44-46
           ราคาดีดขึ้นชนแนวต้านแรกแถว 42.50 บ.แล้วเริ่มมีพักตัวลง แต่แรงซื้อจาก
แนวรับก็มีกลับเข้ามาให้เห็นบ้างแล้ว ขณะที่ทั้งรูปแบบกราฟราคาและการฟอร์มตัว
ของ Indicators ต่างๆ ยังดูดี ทำให้คาดว่าราคาจะสามารถทรงตัวแถวแนวรับ และ
พร้อมที่จะดีดกลับขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้
   
   

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   29/09/10   เวลา   9:40:27

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค RCL ให้ซื้อเก็งกำไร

RCL : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 15.90
แนวรับ : 15.70-15.50
แนวต้าน : 16.70-17.20, 17.50
           หลังจากย้อนลงไปทดสอบแนวรับแถว 15.50 บ.แล้ว เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา
พยุงราคาไว้ได้ ทำให้รูปแบบกราฟราคาและการฟอร์มตัวของ Indicators ต่างๆ ยังดู
ดี คาดว่ามีลุ้นดีดขึ้นรอบใหม่เพื่อไปทดสอบแนวต้านต่างๆ ให้ทำกำไรได้
   
   

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   29/09/10   เวลา   9:37:17

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค PLE ซื้อเก็งกำไร

PLE – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 1.92 บาท & 916; +0.1 บาท
             แนวรับ: 1.89 แนวต้าน: 2-2.04
             ตัดขาดทุน 1.86
             ราคาหุ้นปรับขึ้นแบบ V-Shape รอบการดีดยังมีโอกาสที่จะขึ้นทดสอบ High
ก่อนหน้าที่ 2-2.04 บาท และหากพิจารณาในกรอบที่กว้าง จะพบว่าราคาหุ้นเพิ่งจะฟื้น
ตัวขึ้นมาได้ครึ่งทางตามทิศทาง Sideway up ซึ่งราคามีโอกาสทำ New High
          เมื่อวานปิดที่ระดับ High ด้วย Vol. หนาแน่นและทะลุผ่านจุดที่เป็น High ก่อนหน้า
ขึ้นมายืนปิดได้ ทำให้ราคาหุ้นยังมีแรงส่งต่อเนื่องที่จะปรับขึ้นต่อ
   
   

เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   29/09/10   เวลา   9:15:29

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

วันนี้เก็งกำไร 13 หุ้นดาวเด่น




โบรกชี้ดัชนีผันผวน หากปรับฐานให้ลุยเก็บบิ๊กแคป

วันอังคารที่ 28 กันยายน 2010 เวลา 09:39:58 น.




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.34 น. ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.01 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 30.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนบวกและลบ หลังจากวานนี้ปรับตัวขึ้นแรง สำหรับตลาดหุ้นไทยนักวิเคราะห์คาดดัชนีผันผวน และหากปรับฐานให้เก็บหุ้นขนาดใหญ่ พร้อมแนะเก็งกำไร 13 หุ้นเด็ด

บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้

แนวโน้มตลาดวันนี้: Fundflow ยังหนุน แม้ระหว่างทางมีความผันผวน

ภาพรวมตลาดยังคงอยู่ทางขาขึ้น ด้วยแรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้าเป็นหลักขณะที่ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องอีกกว่า 2.6 พันล้านบาท วานนี้บรรยากาศลงทุนในภูมิภาคเช้านี้ซบเซาลงบางส่วนจากการขายทำกำไรในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท น่าจะส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนระหว่างวันมากขึ้น แต่ยังไม่น่าเปลี่ยนแปลงแนวโน้มขาขึ้นได้ตราบเท่าที่ Fundflow ยังคงไหลเข้ามาสะสมหุ้นขนาดใหญ่ต่อไป

กลยุทธ์การลงทุน: ระยะสั้นเน้นการซื้อเก็งกำไร หุ้นขนาดใหญ่ยังมีความได้เปรียบจากกระแสเงินทุนไหลเข้า

แนวต้าน : 970-978 แนวรับ : 956-950

การจัดพอร์ตระยะสั้น - หุ้น 50% : เงินสด 50%

หุ้นแนะนำ:

1. MCOT เก็งกำไร FV ปี 54 = 32.50 บาท ประกาศปันผล 0.80 บาท

2. MINT เก็งกำไร FV ปี 54 = 16 บาท ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

3. TTA เก็งกำไร FV ปี 54 = 30 บาท ดัชนีค่าระวางเรือเริ่มเป็นบวก

4. GFPT เก็งกำไร FV ปี 54 = 11.20 บาท แนวโน้มผลประกอบการดี

5. IVL เก็งกำไร FV ปี 54 = 37 บาท เติบโตจากแผนขยายกำลังการผลิต

6. PTT ซื้อสะสม FV 320 บาท laggard

แนวโน้มปรับฐาน รอซื้อช่วงอ่อน

KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันอังคารจะมีช่วงปรับฐานลง กลยุทธ์สั้นแนะซื้อแนวรับ-ขายแนวต้าน

เนื่องจากความเสี่ยงของดัชนีฯ สูงขึ้นในระยะสั้นหลังจากขึ้นมาเหนือระดับ 960 จุด ซึ่งสูงเกินกว่าระดับ1.7 เท่าของมูลค่าทางบัญชีของ SET ซึ่งสถิติในอดีตชี้ว่าเป็นระดับที่มักเกิดแรงขายทำกำไร ในขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเมื่อคืนนี้เป็นกลางถึงเป็นลบเล็กน้อย โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อยแบบไม่มีข่าวสารสำคัญ

ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับลดลงรับข่าวมูดี้ส์ปรับลดความน่าเชื่อถือของธนาคารในไอร์แลนด์ แต่เรามองว่าจะไม่กระทบจิตวิทยาต่างประเทศมากนัก ในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับมาตรการเสริมสภาพคล่องของสหรัฐฯ เป็นหลักหากตลาดหุ้นมีปรับฐานแนะนำซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่

เนื่องจากแนวโน้มทุนต่างชาติในระยะกลางยังแข็งแกร่ง ตั้งแต่ต้นปี 2553 ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยไป 3.29 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.4% ของมูลค่าตลาดซึ่งยังต่ำหากเทียบกับสัดส่วนในปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 0.8% จึงคำนวณได้ว่าหากสัดส่วนดังกล่าวกลับไปที่ 0.8% ได้ ก็น่าจะเห็นแรงซื้อต่างชาติเข้ามาอีก 3-3.5 หมื่นล้านบาท KGI จึงยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ SETในระยะกลาง แนะนำให้ซื้อหุ้นใหญ่ในช่วงราคาอ่อนตัวลง เช่น BBL, KTB, BANPU, AOT และหุ้นขนาดกลางคือ TASCO, CK และ HEMRAJ เป็นต้น

by  ข่าวหุ้น

SAMTEL พุ่งเฉียด 10% คาดเก็งกำไร ครม.อนุมัติโครงการลงทุน TOT

SAMTEL พุ่งเฉียด 10% คาดเก็งกำไร ครม.อนุมัติโครงการลงทุน TOT หนุนงานในมือ
โบรกฯแนะซื้อให้ต้าน 11 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL
ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงสวนภาวะตลาดวันนี้ โดยราคาเปิดตลาดที่ 9.90 บาท หลังจากนั้นพุ่งแตะ
10.80 บาท ก่อนย่อตัวลงเล็กน้อย ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น คาดนักลงทุนเก็งกำไรคณะ
รัฐมนตรีอนุมัติโครงการลงทุนของ TOT ส่งผลบวกต่อ SAMTEL ซึ่งเป็นตัวเต็งที่จะชนะการ
ประมูล
นักวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาหุ้น SAMTEL ในวันนี้ปรับตัวขึ้น
แรง คาดว่ามาจากแรงเก็งกำไรของนักลงทุนที่คาดการณ์ล่วงหน้าว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
(ครม.) ในวันนี้จะมีการพิจารณาโครงการลงทุนของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีโอกาสที่
SAMTEL จะได้งาน ทั้งนี้หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทในขณะนี้ยังไม่การเปลี่ยน
แปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ SAMTEL มีโอกาสชนะประมูลงานขนาดใหญ่ของ TOT เนื่องจากป็นลูกค้าเดิม
ของบริษัทอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามการเปิดประมูลที่ล่าช้ากว่าคาดจากเดิมซึ่งประเมินว่าจะแล้วเสร็จ
ภายในไตรมาส 3/53 ทำให้การบันทึกรายได้ในปี 53-54 มีโอกาสต่ำกว่าที่ประเมินไว้
ทั้งนี้ ต้องปรับลดประมาณการรายได้และกำไรสุทธิในปีในช่วงดังกล่าวลงโดยเลื่อนการ
บันทึกรายได้จากโครงการขนาดใหญ่ จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มเข้ามาตั้งแต่ต้นปี 54 ไปเป็นใน
ช่วงครึ่งปีหลังปี 54 แทน โดยประเมินว่ากำไรสุทธิปี 53-54 ลดลงจากประมาณการเดิมเฉลี่ย
ราว 14% แต่ยังมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 23% แนะนำซื้อให้ราคาเหมาะสมที่ 11.50 บาท
ด้านนักวิเคราะห์ บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า เมื่อพิจารณาสัญญาณทางเทคนิคของราคา
หุ้น SAMTEL พบว่าหากราคาหุ้นสามารถยืนเหนือที่ราคา 10 บาทได้ ซึ่งให้เป็นจุดตัดสินใจลง
ทุน เพราะราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นและหากสามารถทะลุผ่านราคา 10.40 บาท มีโกาสที่ราคา
จะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 11 บาท
อย่างไรก็ดีหากราคาปรับตัวหลุดต่ำกว่าราคา 10 บาทราคาหุ้นมีโอกาสพักตัวทดสอบ
แนวรับที่ 9.50 บาท แนะนำเก็งกำไรหากราคาหุ้นยืนเหนือ 10 บาท ให้แนวรับ 9.50 บาท แนว
ต้าน 11 บาท
ล่าสุด ณ เวลา 11.13 น. ราคา SAMTEL อยู่ที่ 10.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท หรือ
9.47% มีมูลค่าการซื้อขาย 329.98 ล้านบาท




รายงาน โดย ประลองยุทธ ผงงอย
เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 11:16:12

โบรกฯ แนะ นลท.เก็งกำไรหุ้น JAS ลุ้นแนวต้าน1.63 บ.

เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
แนะนำนักลงทุนเล่นเก็งกำไรหุ้นของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS
โดยให้แนวรับทางเทคนิคไว้ที่ 1.29 บาท ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1.39 บาท,1.45 บาท ,1.53 บาท
และ 1.63 บาท ตามลำดับ ขณะที่ให้ใช้ระดับราคา 1.27 บาท เป็นจุด Stop Loss
ณ.เวลา 10.57 น. ราคาหุ้น JAS อยู่ที่ 1.36บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท หรือ
4.62% มูลค่าการซื้อขาย 279.15 ล้านบาท




รายงาน โดย อาภรณ์ สุภาพ
เรียบเรียง โดย ศุภวรรณ วราภรณ์
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 10:57:23

LOXLEY บวกต่อหลัง4วันทำการทะยานกว่า 13% แนะ ซื้อเก็งกำไร

LOXLEY บวกต่อหลัง4วันทำการทะยานกว่า 13% โบรกฯ แนะ ซื้อเก็งกำไร หลังสัญญาณ
เทคนิคแจ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นราคาหุ้น บมจ.
ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY)พบว่าราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เปิดการซื้อขาย
ทั้งนี้พบว่าราคาหุ้น LOXLEY ปรับตัวต่อเนื่อง 4 วันทำการ โดยปิดตลาดวันที่ 22
ก.ย. 53 ปิดที่ 2.38 บาท ก่อนจะทะยานแตะระดับสูงสุดของวันนี้ที่ 2.70 บาทเพิ่มขึ้น 0.32 บาท
หรือคิดเป็น 13.44%
ขณะที่วันนี้มีกระแสข่าวว่า LOXLEY สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงาน
สลากกินแบ่งรัฐบาลได้ แม้ดีเอสไอ.จะรับโครงการหวยออนไลน์เป็นคดีพิเศษก็ตาม ทั้งนี้ดีเอสไอ
เตรียมเรียกประชุมบอร์ดเดือนหน้า ชี้ชะตาโครงการหวยออนไลน์
ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค LOXLEY ให้ซื้อเก็งกำไร ทั้งนี้
จากการประเมินสัญญาณทางเทคนิคราคาเริ่มดีดตัวขึ้นพร้อมมีวอลุ่มสนับสนุน โดยขยับขึ้นมาปิด
ได้ดีด้วย ถ้าช่วงนี้ไม่ย้อนกลับลงไปต่ำกว่าแนวรับอีกครั้งเสียก่อน ก็น่าลุ้นเทรดดิ้งตามขึ้นไปขาย
ทำกำไรที่แนวต้านข้างต้นได้ โดยประเมินแนวรับที่ 2.58-2.52 บาทและ แนวต้าน 2.78-2.84
บาท
ขณะที่ บล.ธนชาต แนะนำหุ้นทางเทคนิค LOXLEY ซื้อเก็งกำไร
หลังจากราคาปรับฐานลงต่อเนื่องจาก 3.12 บาท ราคาลงมาทดสอบ Low ที่
2.24 บาท และเคลื่อนตัวในลักษณะ Sideway เกือบ 1 เดือน ก่อนจะเริ่มการฟื้นตัว
จากฐานในช่วง 2 วันที่ผ่านมา
และเมื่อวานราคาฟื้นตัวขึ้นจากฐาน และมีกรอบรองรับของเส้นค่าเฉลี่ยที่เป็นบวกหลัง
จากเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันตัดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันขึ้นยืน โดยเฉพาะทะลุผ่านแนวต้าน 2.64 บาทได้ มี
โอกาสขึ้นปิด Gap 2.84-2.92 บาทประเมินแนวรับที่ 2.58 บาท แนวต้านที่ 2.70-2.74 บาท
และจุดตัดขาดทุนที่ 2.56 บาท
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.39น. ราคาหุ้น LOXLEY อยู่ที่ 2.66บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท
หรือ 2.31% มูลค่าการซื้อขาย 97.80ล้านบาท



เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 10:43:25

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค LOXLEY ซื้อเก็งกำไร

LOXLEY – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 2.60 บาท & 916; +0.14 บาท
แนวรับ: 2.58 แนวต้าน: 2.70-2.74
ตัดขาดทุน 2.56
หลังจากราคาปรับฐานลงต่อเนื่องจาก 3.12 บาท ราคาลงมาทดสอบ Low ที่
2.24 บาท และเคลื่อนตัวในลักษณะ Sideway เกือบ 1 เดือน ก่อนจะเริ่มการฟื้นตัว
จากฐานในช่วง 2 วันที่ผ่านมา
และเมื่อวานราคาฟื้นตัวขึ้นจากฐาน และมีกรอบรองรับของเส้นค่าเฉลี่ยที่เป็น
บวกหลังจากเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันตัดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันขึ้นยืน โดยเฉพาะทะลุผ่าน
แนวต้าน 2.64 บาทได้ มีโอกาสขึ้นปิด Gap 2.84-2.92 บาท






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 9:40:10

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค BLS ให้ซื้อเก็งกำไร

BLS : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 16.60
แนวรับ : 16.40-16
แนวต้าน : 17.50-18.50

หลังจากอยู่ในลักษณะแกว่งทรงตัวได้มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเริ่มไต่ระดับ
กลับขึ้นมาใหม่ด้วยรูปแบบกราฟราคาและการฟอร์มตัวของ Indicators ที่ดี ทำให้มี
ลุ้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้ โดยถ้าไม่ย้อนต่ำกว่าแนว
รับอีกก็ไม่น่าเป็นห่วง




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 9:39:13

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค UNIQ ให้ซื้อเก็งกำไร

UNIQ : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 4.14
แนวรับ : 4.10-4
แนวต้าน : 4.40-4.50

ราคาเริ่มไต่ระดับขึ้นมายืนปิดเหนือเส้นต้นทุนเฉลี่ยต่างๆ ได้อีกครั้ง ขณะที่
Indicators หลายตัวก็เริ่มฟอร์มตัวดีขึ้นด้วย ทำให้มีลุ้นขยับขึ้นทดสอบแนวต้านข้าง
ต้นให้ทำกำไรตามรอบได้ ดังนั้นยังเทรดดิ้งตามได้ นอกจากผิดคาดราคาย้อนต่ำกว่า
แนวรับอีกถึงจะต้องยอมขายถอย




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 9:36:35

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค KTB ซื้อเก็งกำไร

KTB – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 16.30 บาท & 916; +0.50 บาท
แนวรับ: 16.10 แนวต้าน: 16.90, 17.90
ตัดขาดทุน 15.80
ราคาเพิ่งปรับขึ้นทำ New High เมื่อวานนี้ โดยขึ้นมาปิดที่ระดับสูงสุดของวัน
พร้อมด้วย Vol. ที่เพิ่มขึ้นหนาแน่น และมีแนวต้านหลักอยู่ที่ 16.90 บาท เป็นระดับ
ทดสอบถัดไป หากพิจารณาตามกรอบ Sideway up และเป็นจุดตัดของกรอบแนว
ต้านระยะสั้นตัดกับกรอบแนวต้านระยะกลางพอดี
พื้นฐานแนะนำถือ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 15.80 บาท





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 9:35:47

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค PTTEP ซื้อเก็งกำไร

PTTEP – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 151 บาท & 916; +4 บาท
แนวรับ: 149 แนวต้าน: 154-155
ตัดขาดทุน 147
ราคาฟื้นตัวแบบ Double Bottoms และเมื่อวานผ่าน High ก่อนหน้าที่ 149.50
บาทและแรงซื้อที่หนาแน่นในช่วงเปิดดึงราคาเปิด Gapทิ้งไว้ช่วง 147.50-149 บาท
โดยการชะลอตัวระหว่าง ชม. ไม่ได้เกิดการกดต่ำจนปิดระดับดังกล่าว ทำให้ราคายังมี
แนวโน้มที่ปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 154-155 บาทได้
พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 181 บาท






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 9:34:23

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค LOXLEY ให้ซื้อเก็งกำไร

 
LOXLEY : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 2.60
แนวรับ : 2.58-2.52
แนวต้าน : 2.78-2.84
            ราคาเริ่มดีดตัวขึ้นพร้อมมีวอลุ่มสนับสนุน โดยขยับขึ้นมาปิดได้ดีด้วย ถ้าช่วง
นี้ไม่ย้อนกลับลงไปต่ำกว่าแนวรับอีกครั้งเสียก่อน ก็น่าลุ้นเทรดดิ้งตามขึ้นไปขายทำ
กำไรที่แนวต้านข้างต้นได้
   
   

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   28/09/10   เวลา   9:33:42

TNDT เด้ง! รับคว้ารางวัลสุดยอดเอเชีย เชียร์เก็งกำไร ต้าน 5.90 บ.

TNDT เด้ง! รับคว้ารางวัลสุดยอดเอเชีย โบรกฯ เชียร์เก็งกำไร ให้แนวรับ 
5.15 บ. แนวต้าน 5.90 บ.

             ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท ไทย เอ็น ดี ที  จำกัด
(มหาชน) หรือ TNDT พบว่าเปิดตลาดหุ้นภาคเช้า ราคาหุ้นปรับขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด
บริษัทฯ มีข่าวดีได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Asia's 200 Best Under a Billion 
ประจำปี 2553 ของนิตยสาร Forbes Asia  ขณะเดียวกันผู้บริหารของบริษัทฯ
ดังกล่าวยังออกมารระบุว่าพร้อมทำงานหนักเพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนใน
อนาคต โดยเตรียมประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง 
              เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด  (มหาชน)
เปิดเผยว่าตามสัญญาณทางเทคนิคการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TNDT  มีแนวรับอยู่
ที่ 5.25 บาท และแนวรับถัดไปที่ 5.15 บาท  ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 5.55 บาท ให้แนว
ต้านถัดไปไว้ที่ 5.70 บาท และ 5.90  บาท ตามลำดับ
             กลยุทธ์การลงทุนแนะนำเล่นเก็งกำไร  โดยให้ใช้ระดับราคา 5.10 บาท เป็น
จุด Stop Loss
             ณ เวลา 10.21 น.ราคาหุ้น TNDT อยู่ที่ 5.35 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการ
ซื้อขายรวม 1.16 ล้านบาท
   
   

รายงาน   โดย อาภรณ์ สุภาพ
เรียบเรียง โดย ศุภวรรณ วราภรณ์
อนุมัติ    โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   10:22:53

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟิลลิป : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิครายวัน 27/09/53

 
แนวโน้มขาขึ้นแต่ผันผวน..
                SETI ปรับตัวขึ้นต่อและปิดมีแท่งเทียนสีขาว และยังคงมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นจากการที่
เส้นค่าเฉลี่ย ทุกเส้นเรียงตัวกันแบบ Bullish ในขณะที่ได้รับแรงหนุนจาก Indicators ทุกตัวใน
กราฟรายวันที่ให้ค่า สัญญาณบวก ประกอบกับ MACD สามารถทรงตัวยืนเหนือ Zero Line ได้
อย่างต่อเนื่อง แต่การปรับตัว ขึ้นมามีมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางลง จึงทำให้ยังคงมีความผันผวน
ในการปรับตัวขึ้นต่อ
              ดังนั้นในระยะสั้นเราแนะนำ 'ซื้อ' และจะ Cut Loss หากปิดต่ำกว่า 930 จุด
หุ้นแนะนำ ทางเทคนิค
             1. AOT : แนะนำ 'ซื้อ” แนวต้านที่ 44.25-46.00 บาท แนวรับที่ 41.00-40.50 บาท
cut loss หากปิดต่ำกว่า 39.50 บาท 
             2. BANPU : แนะนำ 'ซื้อ” แนวต้านที่ 720-740 บาท แนวรับที่ 696-690 บาท cut
loss หากปิดต่ำกว่า 682 บาท 
            3. IVL : แนะนำ 'ซื้อ” แนวต้านที่ 30.00-31.50 บาท แนวรับที่ 28.00-27.50 บาท
cut loss หากปิดต่ำกว่า 27.00 บาท 
           4. TPIPL : แนะนำ 'ซื้อ” แนวต้านที่ 14.00-14.80 บาท แนวรับที่ 12.90-12.60 บาท
cut loss หากปิดต่ำกว่า 12.30 บาท   
   

เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   10:14:24

บล.เคที ซีมิโก้ : DTAC ซื้อเก็งกำไร มูลค่าพื้นฐาน 50.00 บาท

กลับมาเน้นที่กำไรในธุรกิจ 2G
              เราปรับคำแนะนำของ DTAC จากเดิม “ถือ” เป็น “ซื้อเก็งกำไร” เพราะเห็นว่าความ
เสี่ยงขาลงของราคาเริ่มจำกัด หลังจากราคาหุ้นร่วงมากกว่า 10% นับตั้งแต่ศาลปกครองกลางมี
คำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินการออกใบอนุญาต 3G เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา จนทำให้ราคาหุ้นกลับ
มาซื้อขายสะท้อนมูลค่าในกรณี 2G เท่านั้น ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของกำไรในปี 54
(ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นของอัตราการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน และอัตราภาษีจ่าย) สะท้อนไป
แล้วในราคาหุ้น จนปัจจุบัน DTAC ซื้อขายที่ PER เพียงแค่ 11.5 เท่าในปี 54 (อิงกับกำไร
ปกติ) ซึ่งต่ำกว่า PER ของตลาดที่ 13 เท่า
กำไรที่สดใสใน 3Q53 จะดันราคาหุ้นให้ฟื้นตัวในระยะสั้น
               เราคาดว่า กำไรจากการดำเนินงานปกติของ DTAC จะยังคงเติบโตถึง 42.3%YoY
จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของรายได้ และอัตรากำไร EBITDA ที่แข็งแกร่ง หากเทียบกับไตรมาส
ก่อน กำไรลดลงเล็กน้อย 4.2% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านการตลาด จากโปรโมชั่น
อัตราค่าโทรในและนอกเครือข่ายเดียวกัน หากรวมกับกำไรพิเศษ 507 ล้านบาทที่จะบันทึกใน
3Q53 กำไรสุทธิของ DTAC จะเติบโต 74%YoY และ 16.4%QoQ
มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มปันผลจ่ายในปี 53
                หลังการออกใบอนุญาต 3G เลื่อนไป (อย่างไม่มีกำหนด) ขณะที่มีกระแสเงินสดมาก
ปัจจุบัน DTAC จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับโครงสร้างทุน ซึ่งรวมถึงการรีไฟแนนซ์เงินกู้เดิม
เพื่อปลดข้อจำกัดเรื่องการจ่ายเงินปันผล หากการปรับโครงสร้างประสบความสำเร็จ หมายความ
ว่ามีโอกาสที่ปันผลจ่ายจะสูงถึง 100% ของกำไรสุทธิ (จากสมมติฐานปัจจุบันที่ 70%) หรือ
3.90 บาท ซึ่งจะให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 9.5% ในปี 53   
   

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   9:54:21

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค MAJOR ให้ซื้อเก็งกำไร

 
MAJOR : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 13.20
แนวรับ : 13-12.70
แนวต้าน : 14-14.50
            ราคาเริ่มขยับขึ้นมาปิดได้ดีหลังจากค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาต่อเนื่อง ขณะที่
สัญญาณทางเทคนิคยังอยู่ในเกณฑ์บวก ถ้าราคาไม่ย้อนต่ำกว่าแนวรับเสียก่อนก็ลุ้น
ขยับขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้ ดังนั้นเทรดดิ้งตามต่อ นอกจากย้อนหลุด
แนวรับก่อนถึงจะต้องยอมถอย
   
   

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   9:50:22

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค IRPC ให้ซื้อเก็งกำไร

IRPC : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 4.10
แนวรับ : 4.06-4
แนวต้าน : 4.30-4.50
            ราคายังค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นจากแนวรับได้ดี ขณะที่ Indicators ต่างๆ ก็ยังส่ง
สัญญาณบวก ทำให้คาดว่ายังมีลุ้นขยับขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้ นอก
จากผิดคาดราคาย้อนต่ำกว่าแนวรับเสียก่อน ถึงจะต้องถอยออกมารอดูจังหวะกันใหม่
   
   

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   9:47:57

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค TPIPL ให้ซื้อเก็งกำไร

 
TPIPL : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 13.20
แนวรับ : 13-12.70
แนวต้าน : 14, 14.80-15.20
           ราคาไต่ระดับขึ้นมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่จะโดดขึ้นมาปิดสิ้นสัปดาห์
ได้ดี ขณะที่ Indicators ต่างๆ ก็สนับสนุนในเชิงบวก ทำให้มีลุ้นโอกาสขึ้นทดสอบ
แนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้ ดังนั้นถ้าไม่ย้อนหลุดแนวรับก็ยังน่าเทรดดิ้งตาม
   
   

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   9:42:51

TISCO มูลค่าพื้นฐานที่ 43 บาท แนะนำ “เก็งกำไร”

  บล.กรุงศรีอยุธยา : TISCO มูลค่าพื้นฐานที่ 43 บาท แนะนำ “เก็งกำไร” 
คาดกำไรสุทธิ 3Q53 เติบโต 36%YoY
                   TISCO มีจุดเด่นที่ความสามารถการทำกำไรสูงสินเชื่อขยายตัวสูง งบดุลแข็งแกร่ง
หนี้เสียต่ำและ Coverage ratio สูง แต่เราเริ่มมีความกังวลต่อผลกระทบจากภาวะการแข่งขันที่
สูงขึ้นในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อปัจจุบันซึ่งมีคู่แข่งมากราย กอปรกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะ
เป็นตัวเร่งให้ต้นทุนการเงินเพิ่มซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อ NIM ของ TISCO ในอนาคต เราได้ปรับ
เพิ่มมูลค่าพื้นฐานจาก 36 บาทเป็น 43 บาทสำหรับปี 54 (อิง P/BV ที่ 1.9 เท่า ROE 20%,
Long Term Growth 6%) เราคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” เนื่องจากความเสี่ยงด้านราคาหุ้นเริ่ม
สูงขึ้นเมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐาน
กำไรสุทธิ 3Q53 เพิ่มขึ้น 36%YoY แต่ลดลง 9%QoQ
                  จากการสอบถามกับเจ้าหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เราคาดการณ์ TISCO จะมีกำไร
สุทธิ 3Q53 ที่ 698 ล้านบาท เติบสูง 36%YoY สาระสำคัญจาก
                  i) รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเพิ่มขึ้น จากรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามปริมาณ
สินเชื่อ (+21.3%YoY) ขณะที่ NIM ทรงตัวจาก 3Q52 ที่ราว 5%
                 ii) รายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวแข็งแกร่ง ส่วนใหญ่เป็นรายได้เกี่ยวกับสินเชื่อ ธุรกิจ
การขายประกันผ่านธนาคาร (Bancassurance)
                 เทียบกับใน 2Q53 แม้ TISCO จะมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามปริมาณสินเชื่อ แต่
กำไรสุทธิจะลดลง 9%QoQ เนื่องจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง เพราะในไตรมาสนี้ TISCO
ไม่มีรายได้พิเศษเหมือนใน 2Q53 ที่มีรายได้ค่าธรรมเนียมจากการเป็นที่ปรึกษาการเงินการควบ
รวมระหว่างธนาคารธนชาตและ SCIB และมีกำไรจากการขายสินทรัพย์รอการขาย         
                ด้านคุณภาพสินเชื่อยังคงความแข็งแรงต่อเนื่อง และหนี้ด้อยคุณภาพมีแนวโน้มลดลง
จาก 2Q53 คาดว่า NPL Ratio จะลดลงจาก 2% ใน 2Q53 เป็น 1.8% (ต่ำที่สุดในกลุ่ม
ธนาคาร)
คาดสินเชื่อ 3Q53 ขยายตัว 6.8%QoQ
              ในเบื้องต้นสินเชื่อเดือน ก.ย. มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากเดือน ก.ค. และ ส.ค. (สิน
เชื่อเดือนก.ค. – ส.ค. เพิ่มขึ้น 5.2% จากสิ้นเดือน มิ.ย.) เราคาดการณ์สินเชื่อ 3Q53 ขยายตัว
ราว 6.8%QoQ (+22.2%YoY) แม้การแข่งขันในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะเพิ่มขึ้นจากการ
ดำเนินนโยบายเชิงรุกของธนาคารขนาดใหญ่ (เน้นรถยนต์ Toyota Honda) การเติบโตของสิน
เชื่อของ TISCO ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของยอดขายรถยนต์ และผลบวกจากการเข้าซื้อ
กิจการบริษัท จีเอ็มเอซี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทไพรมัส ลีสซิ่งในปี 52 ทำให้ TISCO
สามารถปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกค้ารถยนต์ Mazda Ford และ Chevrolet มากขึ้น นอกจากนี้
TISCO ปล่อยสินเชื่อให้บริษัทขนาดใหญ่มากขึ้น เราปรับประมาณการสินเชื่อปี 53 ของ
TISCO จาก 18.3%YoY เป็น 24.2% และปรับสินเชื่อปี 54 จาก 11.5%YoY เป็น 15.1%
NIM มีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขัน และต้นทุนสูงขึ้น
              แม้ในภาพรวมสินเชื่อของ TISCO ขยายตัว แต่การดำเนินนโยบายเชิงรุกของธนาคาร
ขนาดใหญ่ทำให้การแข่งขันในธุรกิจเช่าซื้อสูงขึ้น กอปรกับสภาพคล่องของ TISCO ลดลง (สัด
ส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเพิ่มขึ้นจาก 192% ใน 2Q53 เป็น 215% ใน 3Q53) ทำให้มีความต้อง
การระดมเงินทุนส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น เรามองว่า NIM ของ TISCO ผ่านจุดสูงสุดใน 1Q53 และ
มีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยเหลือที่ 4.9-5% ใน 2H53
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 53 และปี 54 เพิ่มขึ้น
             เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 53 เพิ่มขึ้น 3.7% เป็น 2.75 พันล้านบาท (+43.2%
YoY) จากการปรับเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อจาก 18.3% เป็น 24.2% นอกจากนี้ เราปรับประมาณ
การกำไรสุทธิปี 54 เพิ่มขึ้น 5.9% เป็น 3.1 พันล้านบาท (+9.3%YoY) จากการปรับเพิ่มเป้า
หมายสินเชื่อจาก 11.5% เป็น 15.1% และปรับรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวจาก 15%YoY
เป็น 20%   
   

เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   9:39:04

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค AOT ซื้อเก็งกำไร

AOT – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 41.50 บาท
           แนวรับ: 40.50 แนวต้าน: 44
           ตัดขาดทุน 40
           มีโอกาสปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน High ก่อนหน้าที่ 44 บาท โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน
มามีสัญญาณบวกต่อรอบการดีดพ้นจากกรอบ Sideway คาดจะปรับขึ้นต่อ โดยมี
แรงส่งของ RSI ที่เร่งตัวมากขึ้น คาดว่าช่วงการเคลื่อนตัว ณ ปัจจุบันกำลังทยอยยก
High และ Low สูงขึ้น
   
   

เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   9:18:52

ธนชาต เชียร์ซื้อ THAI ให้เป้าหมาย 47 บ. หุ้นเพิ่มทุนเข้าเทรดพรุ่งนี้ฉุดราคาไดลูทไม่มาก

 

 บทวิเคราะห์ บล.ธนชาต ระบุว่า แนะนำซื้อ THAI ราคาเป้าหมาย 47 บาท แม้ว่าพรุ่งนี้
จะมีหุ้นเพิ่มทุนใหม่ราคาจองซื้อที่ 31 บาทเข้าทำการซื้อขายในตลาด(ส่วนหนึ่งเป็นของนักลงทุน
รายย่อยที่จองซื้อรวม 15 ล้านหุ้น) ขณะที่ราคาหุ้นวันก่อนปิดที่ 39 บาท แต่คาดว่ามี Dilution
Effect ไม่มากนักเนื่องจากราคาปรับตัวลงไปก่อนหน้านี้แล้ว มีโอกาสเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อน
ตัวลงระหว่าง 34-37 บาท ขณะที่มีปัจจัยบวกหนุนจากการที่บอร์ดอนุมัติการจัดหาวงเงินกู้เพื่อ
ปรับโครงสร้างทางการเงินกับสถาบันการเงินหลายแห่ง ด้านผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือน
แรกปีนี้มีปริมาณการผลิตผู้โดยสารและปริมาณการขนส่งผู้โดยสารสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
5.98% และ 8.62% ขณะที่ (Cabin Factor) เฉลี่ย 73.67% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
2.50%
 นอกจากนี้แนะนำซื้อ AOT ราคาเป้าหมาย 55 บาท ยังแนะนำซื้อต่อเนื่อง ราคาหุ้นมี
การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจากเดิมตลอด 2 เดือนแกว่งตัวแคบระหว่าง 38-41 บาท เริ่มเป็นทิศ
ทางขึ้น ราคาล่าสุด 41.50 บาทยังต่ำเมื่อเทียบกับจุดสูงสุด 46.00 บาทที่เคยทำสถิติไว้เมื่อ
4Q09 ขณะที่ NVDR วันก่อนมียอดซื้อสุทธิ 114 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 4 โดยสัปดาห์นี้มี
แนวต้านอยู่ที่ 44 บาท
   
   

เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ    โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   9:12:03

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค TPIPL ซื้อเก็งกำไร

TPIPL– ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 13.20 บาท
          แนวรับ: 13 แนวต้าน: 14-15
          ตัดขาดทุน 12.50
            ปัจจุบันราคาเคลื่อนตัวภายใต้อิทธิพลของรอบ Sideway ในกรอบสามเหลี่ยมช่วง
11.80-13 บาท และในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงวันศุกร์ที่ 24 ก.ย. ราคา
มีการปรับขึ้น พร้อม Vol. ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จนราคาทะลุผ่านแนวต้านจุด
เปลี่ยนที่ 13 บาทได้ในที่สุด ทำให้การฟอร์มตัวกลับเข้าสู่แนวโน้มหลักในรูปแบบ
Sideway up คาดราคาพร้อมที่จะปรับขึ้นต่อเนื่องเพื่อทดสอบแนวต้าน 14-15 บาท
         ราคาพ้นจากรกอบ Sideway เป็นสัปดาห์แรกในรอบเกือบ 2 เดือน มีโอกาส
ขึ้นต่อ
   
   

เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   9:11:07

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค PTT ซื้อเก็งกำไร

 บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค PTT ซื้อเก็งกำไร
PTT – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 290 บาท & 916; -1 บาท
          แนวรับ: 289 แนวต้าน: 297, 300
          ตัดขาดทุน 287
           ยังแนะนำซื้อเก็งกำไรต่อเนื่องจากวันพฤหัสที่ผ่านมา เพราะราคาได้ยกฐานขึ้นมา
แกว่งในกรอบที่สูงขึ้นช่วง 285-315 บาท และทิศทางการอ่อนสลับของรอบนี้ไม่ได้
หลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 287 บาท คาดมีโอกาสที่จะทยอยฟื้นตัวขึ้น
ทดสอบแนวต้าน 297 บาทอีกรอบ และมีแนวต้านหลัก คือ 300 บาท
             เว้นแต่หลุด 287 บาท การเล่นกรอบสั้นอาจต้องวางจุด Stop loss ไว้ด้วย

   
   

เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/09/10   เวลา   9:08:42

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

ตลาดผันผวนมาก หลังเทคนิคเกิด Divergence สอย GFPT

24 กันยายน 2553 10:24





Fund Flow ต่างชาติเป็น Theme หลักหนุนหุ้นไทย พุ่งทะยานทำสถิติสูงใหม่ที่ 957.22 จุด โดยยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในภาวะของการปรับตัวขึ้นอย่างเต็มตัว เป้าหมายของมุมมอง จึงมุ่งไปที่เป้าหมาย 960 จุดว่าจะผ่านไปได้อย่างแข็งแกร่งได้เพียงใด อย่างไรก็ตาม คงมีประเด็นที่อาจจะเข้ามาฉุดตลาดอยู่บ้างจากการระงับการประมูล 3G ที่อาจทำให้เกิดการเทขายหุ้นในกลุ่ม ICT แต่คาดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเข้ามากระทบเพียงช่วงสั้น และไม่ได้ส่งผลอย่างเป็นนัยยะต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย ทำให้น้ำหนักตลาดจะทุ่มความสนใจไปที่เม็ดเงินของต่างชาติที่คาดว่าจะยังไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นไทย หลังรมว.คลังออกมาระบุว่าเงินบาทยังแข็งค่าได้อีกจากเศรษฐกิจที่ดี ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวล และเชื่อว่าคงยังไม่เห็นมาตรการสกัดเงินทุนไหลเข้า จึงส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นยืนบวกต่อไปได้ และยิ่งภาพของเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปที่อ่อนแอ สะท้อนมาที่ค่าเงินดอลลาร์ที่ด้อยค่าลงมาก ทำให้เม็ดเงินที่มุ่งเป้าไปที่การแสวงหาผลตอบแทนที่ดีต้องพุ่งเข้าหาตลาดที่มีศักยภาพของการเติบโตอย่างแข็งแกร่งดังประเทศในเอเชีย จึงไม่แปลกที่ได้เห็นการโยกเงินลงทุนมาที่ภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งตลาดหุ้นไทย พระเอกตอนนี้เลยเป็นบทบาทของหุ้นตัวใหญ่ๆ สำหรับดัชนีดาวโจนส์ช่วงนี้ค่อนข้างจะปรับตัวแบบผันผวนและดูเหมือนจะไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่เข้ามาชี้นำตลาดบ้านเราสักเท่าไหร่ เนื่องจากนักลงทุนที่โน่นเค้าวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจว่าจะผ่านพ้นอุปสรรคไปได้หรือไม่ เมื่อเฟดตัดสินใจที่จะยังไม่ใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) หรือ QE รอบ 2 ในการประชุมครั้งล่าสุด แม้เฟดยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับเป้าหมายของเฟดก็ตาม ที่แย่กว่านั้นเฟดได้แสดงมุมมองที่เป็นลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐด้วย รวมถึงกระแสข่าวที่ว่าเฟดอาจจะพิมพ์ธนบัตร เพื่อเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนในตลาด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ยิ่งเพิ่มความกดดันให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจทิ้งทั้งตลาดหุ้น เทขายทั้งดอลลาร์จนทำให้อ่อนค่าลงต่อเนื่อง และตกต่ำสุดในรอบ 7 ปีเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร ส่วนหนึ่งหันไปซื้อสัญญาทองคำและพันธบัตรเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ด้วยความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังเผชิญอยู่ และมีการคาดการณ์ว่าเฟดคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้มาตรการดังกล่าวในไม่ช้านี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงอ่อนแอ สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.9 ล้านบาร์เรลยิ่งเป็นการบ่งบอกว่าปริมาณความต้องการใช้พลังงานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นไม่ได้สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ภาครัฐได้พยายามผลักดันให้เกิดการเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรม การค้า และการบริการ ทำให้ประเมินต่อไปได้ว่าโอกาสของการจ้างงานเพิ่มคงไม่ได้เป็นไปได้ตามคาดหวัง เนื่องจากภาคเอกชนยังมีอาการลังเลที่จะมีการขยายการลงทุน เพิ่มกำลังการผลิตตราบใดที่ภาพของเศรษฐกิจโดยรวมของโลกยังเป็นปัจจัยถ่วงอยู่ กลับมาที่ตลาดหุ้นไทยตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็นด่านหน้าที่สะท้อนความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของบ้านเรา เห็นได้จากการหลั่งไหลของเม็ดเงินต่างชาติจากมุมมองที่เป็นบวก จนทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น แม้จะมีอุปสรรคบ้างต่อการส่งออกมา แต่กับภาพลักษณ์ของประเทศแล้ว หากค่าเงินไม่ได้แข็งค่าไปกว่านี้นัก เชื่อจะเป็นสิ่งที่ดีโดยเฉพาะกับตลาดหุ้นที่หากมี Fund Flow เข้ามาต่อเนื่อง โอกาสที่ปีนี้จะเป็นปีทองของ SET ที่มีโอกาสทำสถิติสร้างจุดสูงสุดใหม่ และยิ่งถ้าทะลุ 1,000 จุดต้องถือว่าเป็นโบนัสสำหรับนักลงทุนที่รอคอยกันมานานหลายปี อย่างไรก็ตาม แนะนักลงทุนให้เลือกเข้าลงทุนอย่างระมัดระวัง คำโบราณที่ว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” น่าจะเป็นสิ่งที่ควรนำมาเตือนใจนักลงทุนไว้บ้าง เพราะมีบางประเภทที่เวลาเห็นหุ้นปรับตัวลงหนักมักเกิดความกลัวจ้องจะเทขายท่าเดียว แต่พอเห็นหุ้นขึ้นติดต่อกันสักพัก ใจกลับฮึกเหิมสู้แล้วกระโดดเข้าไปไล่ซื้อ เช่นนี้ระวังนะครับเดี๋ยวจะติดยอดดอย สำหรับฟันธงมาเนียมีมุมมองเดิมสำหรับท่านที่ได้ซื้อหุ้นตามที่ได้เคยแนะไว้ในยามที่มีการพักฐานลงมา ช่วง SET Index ระดับนี้บางส่วนควรทำกำไรไว้บ้าง แต่อีกส่วนไว้ลุ้นหากตลาดยังไปต่อ ถือเป็นการจัดการแบบ Risk Management ผมเชื่อไม่มีใครตอบได้ว่าตลาดจะไปได้มากน้อยเพียง ทุกอย่างที่ประมาณการตัวเลขกันนั้นเป็นเพียงการประเมินจากพื้นฐานในการวิเคราะห์ทั้งจากข้อมูลในเชิง Fundamental ส่วนในเชิงเทคนิคอาจจะส่งสัญญาณ Negative หลังเกิดสัญญาณขัดแย้ง Negative Divergence ในเครื่องมือเทคนิค จึงเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนในช่วงสั้น สอย GFPT เทคนิคมีสัญญาณกลับตัวขึ้นรอบใหม่ หากยืนเหนือแนวรับที่ 8.55 บาทได้แข็งแกร่ง คาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 9.05 บาท และถัดไปที่ 9.30 บาท สำหรับพื้นฐานนับว่าน่าสนใจ หลังยอดขายอาหารสัตว์ในประเทศแข็งแกร่ง และยอดส่งออกไก่เพิ่มขึ้น คาดว่าหนุนกำไร Q3/53 เติบโตต่อเนื่องจาก Q2/53 นอกจากนี้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท เนื่องจากมีการทำ Hedging ไว้แล้วจนถึงสิ้นปี จึงไม่มีผลกระทบต่อรายได้ แถมธุรกิจเข้าสู่ High Season เชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะเห็นการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.โกลเบล็ก : DTAC แนะนำ 'ซื้อเก็งกำไร' ราคาเหมาะสมปี 54 ที่ 44 บาท

คาดกำไร 3Q53 เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จากกำไรพิเศษ
คาดผลประกอบการ 3Q53 จะมีกำไรสุทธิ 3.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น
อย่างโดดเด่นถึง 90% YoY และ 27% QoQ เนื่องจากจะมีการบันทึกรายการพิเศษ
เข้ามาค่อนข้างมาก ทั้งการบันทึก Net IC ของ HUTCH ย้อนหลังตั้งแต่ ธ.ค.52-มิ.
ย.53 ประมาณ 650 ล้านบาท บันทึกกำไรจากการขายตึกชัยจำนวน 150 ล้านบาท
ขณะที่ผลประกอบการปกติคาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อย ทั้งนี้ เราคาดกำไรของ DTAC ใน
ปี 53 ที่ 10,216 ล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 54% YoY อย่างไรก็ตาม คดาว่า
กำไรปี 54-55 จะมีแนวโน้มปรับตัวลดลง โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.54 DTAC จะกลับมา
จ่ายภาษีที่ 30% จากปัจจุบันที่ 25% และตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.54 จะมีการปรับอัตราการ
จ่ายส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 30% จากเดิมที่จ่าย 25% สำหรับเงินปันผลสำหรับผล
ประกอบการปี 53 คาดจะจ่าย 2.15 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล
ประมาณ 5.5% ทั้งนี้ อายุสัญญาสัมปทานของ DTAC จะสิ้นสุดในปี 2561 โดยเรา
ปรับลดคำแนะนำจากเดิม ซื้อ เป็น ซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสมในปี 54 ที่ 44 บาท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
* คาดกำไรสุทธิ 3Q53 เพิ่มขึ้นโดดเด่น เนื่องจากมีการบันทึกรายการ
พิเศษ: เราคาดว่าผลประกอบการของ DTAC ใน 3Q53 จะมีกำไรสุทธิโดดเด่นถึง
3,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% YoY และ 27% QoQ โดยส่วนหนึ่งมาจากการบันทึก
รายการพิเศษ ทั้งจากการบันทึก Net IC ของ HUTCH ย้อนหลังตั้งแต่ ธ.ค.52-มิ.
ย.53 ประมาณ 650 ล้านบาท และการบันทึกรายการจากการขายตึกชัย (สำนักงาน
ใหญ่เดิมของ DTAC) ให้กับ กลต. ซึ่งมีกำไรหลังภาษีประมาณ 150 ล้านบาท สำหรับ
ผลประกอบการปกติไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว คาดว่าจะมีกำไรดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อ
เทียบกับไตรมาสก่อน โดยรายได้จากบริการ Voice ทรงตัวจากไตรมาสก่อน ขณะที่
รายได้จาก Non-Voice คาดว่ายังคงเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วน Net
IC ใน 3Q53 คาดว่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกราว 65 ล้านบาท เนื่องจากเริ่มมีการ
บันทึก Net IC กับ HUTCH ส่วนยอดขายเครื่องโทรศัพท์อาจชะลอจากไตรมาสก่อน
เล็กน้อยแม้จะเริ่มมีการจำหน่าย iPhone4 ในช่วงปลายไตรมาส 3Q53 ด้านดอกเบี้ย
จากคาดว่าจะปรับตัวลดลงจากการชำระคืนหนี้ในไตรมาสก่อนราว 1.2 พันล้านบาท
และในปลายไตรมาสนี้จะมีการชำระหนี้คืนอีกราว 4.2 พันล้านบาท สำหรับ
ผลประกอบการวมงวด 9M53 คาดมีกำไรสุทธิ 7,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% YoY
* คาดกำไรปี 53 เติบโตโดดเด่นแต่ปี 54-55 จะมีแนวโน้มปรับตัวลดลง: แม้
เราคาดว่าผลประกอบการในปี 53 จะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นมาที่ 10,216
ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 54.1% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ, ความนิยมใช้โทรศัพท์
สมาร์โฟนมากขึ้น, การควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพ และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง
รวมถึงมีรายได้พิเศษ อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลประกอบการในปี 54-55 จะมีการ
ปรับตัวลดลง เนื่องจากจะเริ่มมีการกลับไปจ่ายภาษีที่ 30% ตั้งแต่ 1 ม.ค.54 จาก
ปัจจุบันที่จ่ายภาษี 25% รวมทั้งตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.54 DTAC จะมีการปรับอัตราการ
จ่ายส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 30% จากเดิมที่จ่ายที่ 25% ซึ่งจะส่งผลให้ผล
ประกอบการมีการอ่อนตัวลง
* แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 44 บาท: เราลดคำแนะนำจากเดิม
ซื้อ เป็น ซื้อเก็งกำไร โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 54 ที่ 44 บาท แม้ระยะสั้นจะมี
ผลประกอบการโดดเด่น แต่จะมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในอนาคต โดยอายุสัมปทานของ
DTAC จะสิ้นสุดในปี 2561ขณะที่การประมูล 3G ในอนาคต รวมถึงการแปรสัญญา
สัมปทานยังมีความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม คาดว่า DTAC ยังคงมีกระแสเงินสดที่
แข็งแกร่ง ส่วนเงินปันผลสำหรับผลประกอบการในปี 53 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.15 บาท/
หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.5% อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า DTAC
จะมีการปรับ Payout Ratio เพิ่มขึ้นในอนาคตจากปัจจุบันที่ 50%



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 10:57:07

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค TKS ให้ซื้อเก็งกำไร

Investor Relations Info : TKS



TKS : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 3.28
แนวรับ : 3.24-3.20
แนวต้าน : 3.54-3.60, 3.70

หลังจากขยับขึ้นแรงและพักตัวลงเร็วไปแล้วในรอบก่อน ช่วงหลังนี้เริ่มกลับ
มาแกว่งทรงตัวแถว 3.20-3.10 บ.ได้ดี ก่อนที่จะเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาดันราคาขึ้นอีกครั้ง
พร้อมทั้งมีสัญญาณที่ดีจาก Indicators ต่างๆ ด้วย ดังนั้นถ้าไม่ย้อนต่ำกว่าแนวรับเสีย
ก่อน น่าลุ้นเทรดดิ้งตามขึ้นไปรอทำกำไรที่แนวต้านได้




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 9:37:40

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค ROJNA ให้ซื้อเก็งกำไร

ROJNA : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 12.30
แนวรับ : 12-11.80
แนวต้าน : 13.40-14, 14.30

หลังจากปรับพักตัวลงมาพอควรจากการขยับขึ้นเร็วเกินไปในรอบก่อน โดย
ทดสอบแนวรับแถว 11 บ.แล้วยังมีแรงซื้อกลับ โดยล่าสุดเริ่มไต่ระดับขึ้นมาอีกครั้ง
โดยมีรูปแบบกราฟและสัญญาณจาก Indicators ที่ดี มีลุ้นทดสอบแนวต้านได้ไม่ยาก
ดังนั้นน่าสนใจเข้าซื้อ




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 9:33:22

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค HMPRO ซื้อเก็งกำไร

HMPRO – ซื้อเก็งกำไร
แนวรับ: 10.50 แนวต้าน: 11.30
ตัดขาดทุน 10.30
ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นมีการพักฐานคลายตัวจากระดับแนวต้าน 11 บาทแล้ว
โดย Vol. ในช่วงที่พักตัวไม่ได้เสียทิศทาง เพราะ Vol. มีการหดตัว ขณะที่เมื่อวานมีแรงซื้อคืน
กระตุ้นราคาปรับขึ้นชน High 10.90 บาทก่อนชะลอเล็กน้อย ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อรอบ
ปรับขึ้นต่อ แนวต้านมีโอกาสทดสอบ 11.30 บาทอีกรอบ
อยู่ระหว่างปรับประมาณการณ์ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 11 บาท





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 9:11:13

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค AMATA ซื้อเก็งกำไร

AMATA – ซื้อเก็งกำไร
แนวรับ: 16 แนวต้าน: 16.70, 17.20
ตัดขาดทุน 15.80
กรอบราคาเป็น Sideway up ณ ระดับราคาปัจจุบันขึ้นมาเคลื่อนไหวในกรอบ
15.70-17.80 บาท โดยมีแนวต้านย่อยที่ 16.70 บาท เป็นระดับทดสอบแรก และมีแนวต้านของ
High ก่อนหน้า 17.20 บาท เป็นจุดทดสอบหลัก โดยช่วง 2 วันที่ผ่านมา Sideway เลี้ยงตัว
สะสม Vol. คาดจะทะลุผ่านกรอบบนของ Price Channel ที่ 16.50 บาทเพื่อปรับขึ้นต่อยอดได้
พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 21 บาท







เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 9:09:18

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค LANNA ซื้อเก็งกำไร

LANNA – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 20.30 บาท & 916; +0.30 บาท
แนวรับ: 20 แนวต้าน: 20.80, 21.10
ตัดขาดทุน 19.80
ราคาถ่านหิน (BJI) ณ วันที่ 23 ก.ย. ปรับขึ้น 0.75 ตัน ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 95.10
ดอลลาร์ คาดจะช่วยหนุนในแง่ Sentiment ที่เป็นบวกต่อการปรับขึ้นทะลุ High ก่อนหน้าที่
20.60 บาท และมีโอกาสที่จะทดสอบแนวต้านในระดับ High ถัดไปที่ 21.10 บาท
สอดคล้องกับ Vol. และ MACD ที่บ่งชี้ทิศทางบวกต่อรอบ Sideway up





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/09/10 เวลา 9:06:29

โบรกแนะเก็งกำไร 8 หุ้นเด่น 23/09/53



ดัชนีผันผวนมากขึ้น ทยอยเก็บหุ้นบิ๊กแคป

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2010 เวลา 09:52:33 น.



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.45 น. ค่าเงินบาทไม่เปลี่ยนแปลงมาอยู่ที่ 30.68 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 4.2 พันล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวอยู่ในแดนลบ นักวิเคราะห์คาดดัชนีหุ้นไทยผันผวนรุนแรงมากขึ้น แนะเก็งกำไร 8 หุ้นเด็ด


บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาดวันนี้: แรงซื้อต่างชาติหนุน sentiment เชิงบวก แต่ระวังความผันผวนจะมีมากขึ้น ภาพรวมตลาดยังคงอยู่ใน sentiment เชิงบวกด้วยแรงหนุนสำคัญจากการแรงซื้อต่อเนื่องในระดับสูงของนักลงทุนต่างชาติ โดยวานนี้ซื้อสุทธิไปอีก 4.2 พันล้านบาท ผลักดันดัชนีปิดเหนือระดับ 940 ได้สำเร็จ ทำให้แนวโน้มระยะสั้นกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ปัจจัยภายนอกระยะสั้นในวันนี้ดูค่อนข้างทรงตัวอิงในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ทั้งตลาดหุ้นต่างประเทศ และราคาน้ำมันฯ ส่วนปัจจัยภายในเช้านี้รอฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเรื่องการประมูล 3จี โดยรวมมองไม่มีปัจจัยที่โดดเด่นเข้ามาในช่วงนี้ นอกเหนือจากการจับตาดูแนวโน้ม Fund flow และการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเป็นสำคัญจะทำให้ตลาดมีความผันผวนมากขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน: ระยะสั้นยังคงเน้นการเก็งกำไรหุ้นรายตัวเป็นหลักต่อไป นอกจากนี้การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐได้หนุนความคึกคักในตลาดทองคำ อาจเลือกใช้เป็นการลงทุนทางเลือกได้สำหรับผู้ที่ได้ศึกษาข้อมูลแล้วอย่างละเอียดรอบคอบ

แนวต้าน : 952-960

การจัดพอร์ตระยะสั้น - หุ้น 50% : เงินสด 50%

หุ้นแนะนำ:

1. MCOT เก็งกำไร FV ปี 54 = 32.50 บาท ค่าโฆษณาเติบโตดี, ราคา laggard + คาดปันผลระหว่างกาล 0.85 บาท

2. MINT เก็งกำไร FV ปี 54 = 16 บาท ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

3. PTT เก็งกำไร FV 320 บาท laggard, ผลกระทบมาบตาพุดจำกัด

4. SCB เก็งกำไร FV ปี 54 = 112.50 loan growth ส.ค. โตโดดเด่น

5. STA เก็งกำไร FV หลังเพิ่มทุน 28.50 บาท

KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันพฤหัสฯ จะชะลอความร้อนแรง ดัชนีฯ น่าจะแกว่งตัวกรอบแคบตามการปรับฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งมีข่าวลบเล็กๆ จากการลดเงินปันผลของ บ. ไมโครซอฟท์ และตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับลง อย่างไรก็ดีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นต่อนโยบายการเงินและนโยบายค่าเงินของไทยจะยังเป็นผลดีต่อทุนต่างประเทศไหลเข้าและจำกัดการปรับลงใดๆ ของดัชนีฯ

โดยวานนี้ รมว. คลัง กล่าวว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งขึ้นต่อไปตามพื้นฐานเศรษฐกิจและขณะนี้ยังไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันมากนัก ขณะที่รองผู้ว่า ธปท. ก็ออกมาชี้ว่านโยบายการเงินจากนี้ไปจะเน้นเสถียรภาพราคาเป็นหลัก ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของ KGI มองว่าดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นต่อไปที่ 2.25% ณ สิ้นปี 2553 (จากปัจจุบันที่ 1.75%) และก็จะเป็นหนึ่งเหตุผลที่เงินบาทน่าจะแข็งต่อ

ส่วนปัจจัยเด่นในประเทศวันนี้คือการตัดสินของศาลปกครองสูงสุดเวลา 9.00 น. ว่าด้วยการประมูล 3 จี ซึ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ได้ส่งสัญญาณมาแล้ววานนี้ว่าอาจต้องมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจของ กทช. อีก ซึ่งหากเป็นเช่นนี้เงื่อนเวลาก็จะยืดยาวออกไปเช่นกัน

กลยุทธ์: แนะนำถือหุ้นหลักเช่นธนาคารและพลังงานต่อ รอติดตามข่าวสารเรื่อง 3 จี รวมทั้งปริมาณการเข้าซื้อขายของทุนต่างชาติ กรณีมีแรงขายทำกำไรในวันแนะให้เก็บหุ้นใหญ่ที่เราชอบเช่น BANPU, SCC และ PTTCH เป็นต้น สำหรับวันนี้ตลาดมีแนวรับที่ และแนวต้าน

ที่ 950 และแนวรับใกล้มากที่ 944 จุด ถัดไป 933 จุด

เจพีมอร์แกน ชี้ AMATA-HEMRAJ-ROJNA จ่อรับทรัพย์อื้อ

เจพีมอร์แกน ชี้ AMATA-HEMRAJ-ROJNA จ่อรับทรัพย์อื้อ หลังคาดเอฟดีไอเตรียมแห่
เข้าไทยถึงปี 2011

เจพีมอร์แกน โปรยยาหอม ชี้หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมของไทยได้แก่ AMATA
HEMRAJ และ ROJANA มีแนวโน้มสร้างผลการดำเนินงานได้ดี หลังการลงทุนทางตรงจาก
ต่างชาติมีปลายทางอยู่ที่ไทยจนถึงปี 2011 หลังเยนแข็งค่ากดดันบริษัทในญี่ปุ่นแห่หนีมาลงทุนใน
ไทย ขณะต้นทุนการดำเนินธุรกิจในจีนเริ่มสูงขึ้นแล้ว ส่งผลไทยเป็นปลายทางการลงทุนชั้นเลิศ
รายงานข่าวบนเว็บไซท์บลูมเบิร์กดอทคอม ระบุว่า เจพีมอร์แกนเชสแอนด์โค ชี้ผลประกอบ
การของAMATA HEMRAJ และ ROJNA มีแนวโน้มที่ดี หลังประเทศไทยเป็นปลายทางการ
ลงทุนที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ
โดยในบทวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกนที่จัดทำโดยนายศรียัน เปเตอร์ซและนายเอเดรี่ยน โม
วัตนักวิเคราะห์เจพีมอร์แกน ระบุว่า การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ หรือ เอฟดีไอในไทยจะยัง
คงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2011 หลังจากเอฟดีไอในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่
7.4 พันล้านดอลลาร์ ส่วนนักลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเข้ามาลงทุนในไทยได้แก่ผู้
ประกอบการอุตสาหกรรมจากจีนและญี่ปุ่นเป็นหลัก ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม
นิคมอุตสาหกรรมของไทย
ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ฟอร์ดมอเตอร์ และมาสด้ามอเตอร์ประกาศแผนลงทุนมูลค่า
350 ล้านดอลลาร์ในการขยายกำลังการผลิตรถกระบะในไทย ขณะที่ค่ายยานยนต์รายอื่น รวมถึงผู้
ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายอื่น ซึ่งรวมถึงนิสสันและโตชิบามีแผนลงทุนในไทยเป็นมูลค่ารวมกว่า
2 พันล้านดอลลาร์
'การแข็งค่าขึ้นของเงินเยนจะส่งผลดีต่อภาคการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของไทย
เพราะนักลงทุนญี่ปุ่นนั้นมองว่า ไทยเป็นปลายทางการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เรา
มองว่า การลงทุนจากผู้ประกอบการจากจีนหรือจากบริษัทข้ามชาติในจีนจะมีเพิ่มมากขึ้นด้วย
เนื่องจากต้นทุนการดำเนินธุรกิจในจีนเริ่มสูงขึ้น' ในบทวิเคราะห์ดังกล่าวระบุ
นอกจากนี้ เจพีมอร์แกนระบุว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนของภาค
เอกชนในไทยอาจส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคาร และกลุ่มสาธารณูปโภคเช่น GLOW และ TTW




แปลโดย วรเชษฐ์ พันธ์ภูวงศ์





เรียบเรียง โดย วรเชษฐ์ พันธ์ภูวงศ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 23/09/10 เวลา 11:26:31

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

โบรกแนะเก็งกำไร 8 หุ้นดาวเด่น



ดัชนีผันผวน บาทแข็งค่า เงินยังไหลเข้าเอเชีย

วันพุธที่ 22 กันยายน 2010 เวลา 09:12:41 น.



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.06 น. ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 30.66 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 3.6 พันล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียที่เปิดทำการมีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนบวกและลบ นักวิเคราะห์คาดดัชนีหุ้นไทยยังคงผันผวน และจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นทางเทคนิค หากสามารถปิดเหนือ 940 จุดได้ แนะเก็งกำไร 8 หุ้นเด็ด ดังนี้ MCOT IVL MINT KTB CPF PTTCH BBL KBANK

บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาดวันนี้: ผันผวนในกรอบ 932-944

การโหมซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยกว่า 3.6 พันล้านบาทของนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางค่าเงินบาทที่ยังทรงตัวด้านแข็งค่าหลังธปท. เผยยังไม่มีมาตรการออกมาเพิ่มเติม จะเป็นตัวช่วยประคองตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ขณะที่บรรยากาศลงทุนภายนอกค่อนข้างเงียบเหงาหลังเฟดยังมีความกังวลเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเฉื่อยชาของสหรัฐอีกทั้งแสดงความพร้อมที่จะดำเนินมาตรการต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนตลาดหุ้นในภูมิภาคหลายแห่งปิดทำการเนื่องในวันหยุดอาทิ จีน, เกาหลีใต้ และไต้หวันโดยรวมมอง SETI จะคงความผันผวนในกรอบ 932-944 อาจซึมตัวลงก่อนตามบรรยากาศลงทุนภายนอก หลังการพุ่งขึ้นกว่า 14 จุด วานนี้ อย่างไรก็ดี หากความผันผวนทำให้สามารถยืนปิดเหนือระดับ 940 ได้ จะเปลี่ยนแนวโน้มระยะสั้นทางเทคนิคให้เป็นขาขึ้นอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน: ระยะสั้นยังคงเน้นการเก็งกำไรหุ้นรายตัวเป็นหลักต่อไป

แนวต้าน : 944-952 แนวรับ : 932-926

การจัดพอร์ตระยะสั้น - หุ้น 50% : เงินสด 50%

หุ้นแนะนำ:

1. MCOT เก็งกำไร FV ปี 54 = 32.50 บาท ค่าโฆษณาเติบโตดี, ราคา laggard+ คาดปันผลระหว่างกาล 0.85 บาท

2. IVL เก็งกำไรในกรอบเทคนิค ต้าน 28.75-30.00 รับ 26.75-26.00

3. MINT เก็งกำไร FV = 13.80 บาท ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

4. KTB เก็งกำไร FV ปี 54 = 16.60 บาท รับประโยชน์โครงการภาครัฐ

5. CPF เก็งกำไรในกรอบเทคนิค ต้าน 26.75-27.75 รับ 25.25-24.70Cut loss หากปิดต่ำกว่า 24.50

KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันพุธขยับขึ้นต่อ แม้ว่าในช่วงต้นตลาดดัชนีฯ อาจย่อลงบ้างหลังจากมีการทำราคาปิดในช่วงท้ายเมื่อวานนี้ แต่ภาพรวมยังมีแรงหนุนจากความชัดเจนที่มากขึ้นใน 2 ประเด็นหลักๆเรื่องแรกคือมาตรการคุมเงินทุนไหลเข้าในตลาดพันธบัตร หลังจากผู้ว่า ธปท. ชี้ว่าทุนต่างชาติที่เข้าตลาดพันธบัตรเป็นเรื่องปกติในระดับภูมิภาค และจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในระยะนี้ ซึ่งเรามองว่าจนกว่าดร. ธาริษาจะเกษียณอายุในสิ้นเดือน ก.ย. คงยังไม่มีอะไรน่ากลัวประกาศออกมา

เรื่องที่สองคือการประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อคืน ซึ่งตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.25% ตามคาด แต่เตือนถึงการว่างงานสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงและที่สำคัญกว่านั้นและเป็นการเตือนครั้งแรกคือความเสี่ยงของเงินฝืด(Deflation) เราจึงมองว่ามีโอกาสสูงที่เฟดจะมีมาตรการเพิ่มสภาพคล่องในระบบอีกในอนาคตอันใกล้

จากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมา KGI คาดว่าค่าเงินเอเชียและเงินบาทจะแข็งค่าต่อ เนื่องจากสัญญาณอ่อนแรงของสหรัฐฯ ผนวกกับมาตรการที่อาจออกเพิ่มในอนาคต น่าจะกลับมากดดันสกุลเงินดอลล่าร์ฯ อีกครั้งอย่างไรก็ดีราคาน้ำมันที่อ่อนลงแรงอาจส่งผลให้ทางขึ้นของหุ้นพลังงานมีน้อยในวันนี้ และดัชนีฯ มีแนวต้านอยู่ที่ 944 จุด

กลยุทธ์: สำหรับหุ้น Top picks ในกลุ่มขนาดกลางอย่างบ้านและนิคมฯ ให้ถือต่อไปได้ และซื้อเพิ่มในหุ้นใหญ่ เนื่องจากแนวโน้มทุนต่างชาติดูดีขึ้นกว่าเดิม หุ้นเด่นคือ PTTCH*, BBL* และ KBANK* นอกจากนั้นเรามองว่า KTB น่าจะมีจิตวิทยาเชิงบวก หลังจากตัวเลขสินเชื่อ 8 เดือนแรกเติบโตสูงถึง 9.5% ตามแรงหนุนของการเบิกจ่ายภาครัฐฯ

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค SPALI ซื้อเก็งกำไร

SPALI – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 12.30 บาท & 916; +0.10 บาท
แนวรับ: 12.10 แนวต้าน: 12.80
ตัดขาดทุน 11.90
เมื่อวานราคาพ้น Downtrend ที่ 12.10 บาทขึ้นปิด กรอบการเคลื่อนตัวขยับสูง
ขึ้นมาแกว่งในช่วง 12.10-12.80 บาท ค่าสัญญาณบ่งชี้ทิศทางบวก อาทิ MACD
หนุนราคากลับเข้าสู่กรอบแนวโน้ม Sideway up รอเพียง Vol. ที่จะหนุนเพิ่มเข้ามา
ยืนยันอีกทาง
พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 18 บาท






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 9:13:34

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค PTTCH ซื้อเก็งกำไร

PTTCH – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 123.50 บาท & 916; +5.50 บาท
แนวรับ: 122 แนวต้าน: 128, 130
ตัดขาดทุน 120
เมื่อวานราคาหุ้นทำ New High ในรอบ 2 ปี 7 เดือน ด้วย Vol. เพิ่มสูงขึ้น คาดจะ
ดึงรอบการปรับขึ้นต่อไปที่แนวต้าน 128 บาท และ 130 บาทตามกรอบ Sideway
up ที่ได้แรงหนุนจากทั้ง Vol. และเส้นค่าเฉลี่ย
พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 133 บาท






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 9:10:57

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค KTB ซื้อเก็งกำไร

KTB– ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 15.50 บาท & 916; +0.40 บาท
แนวรับ: 15.30 แนวต้าน: 15.90, 16.70
ตัดขาดทุน 15.10
ราคาผ่านแนวต้านสำคัญ 15.20 บาท หลังจากที่เมื่อวานราคาปรับขึ้นมา
ปิดเกือบ High ยืนยันการปรับขึ้นมาแกว่งตัวในกรอบ 15.20-15.90 บาทในช่วงแรก ประกอบ
กับกรอบทำฐานในรอบที่แล้วไม่หลุด 14.50 บาท และกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย
ระยะสั้นๆได้อีกครั้งด้วยอัตราที่เร่งขึ้น และค่าสัญญาณกลับตัวเป็นบวก
พื้นฐานแนะนำถือ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 15.80 บาท





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 9:07:40

TSTH-SSI ท้าชนซิลลิ่ง ราคาเหล็กฟื้น-บาทแข็งหนุน

21 กันยายน 2553 18:55






ทันหุ้นออนไลน์ - หุ้นเหล็กเริงรื่น กอดข่าวดีจีนปิดโรงงานไร้คุณภาพทำกำลังผลิตหด สวนทางความต้องการพุ่งพรวด หนุนราคาเหล็กไตรมาส 4 ฟื้น บวกอานิสงค์บาทแข็งหนุนต้นทุนต่ำ ฟาก ทาทา สตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH กอดคอ สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) พุ่ง ลุ้นชนซิลลิ่ง



ปิดการซื้อขายวานนี้(21 ก.ย.53) ราคาหุ้น TSTH อยู่ที่ 1.88 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท คิดเป็น +1.08% มูลค่าการซื้อขาย 13.29 ล้านบาท โดยระหว่างวันราคาปรับขึ้นสูงสุด ที่ 1.90 บาท ลดลงต่ำสุด ที่ 1.86 บาท



หุ้น SSI อยู่ที่ 1.81 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท คิดเป็น +1.12% มูลค่าการซื้อขาย 76.36 ล้านบาท โดยระหว่างวันราคาปรับขึ้นสูงสุด ที่ 1.82 บาท ลด

ลงต่ำสุด ที่ 1.79 บาท


บทวิเคราะห์ของ บล.เคจีไอ ระบุว่า แนวโน้มราคาเหล็กโลกมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการปิดโรงงานที่ไม่มีประสิทธิภาพในประเทศจีน อาทิ การลดกำลังการผลิต 1.5 ล้านตันในโรงงาน Hebei เพื่อกระตุ้นให้การใช้พลังงานในประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงอุปสงค์การใช้เหล็กสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนที่ปรับตัวโดดเด่นถึง 46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน



โดยปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ปริมาณสินค้าคงคลังของสินแร่เหล็กของจีนยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ 72.97 ล้านตัน เปรียบเทียบจากจุดสูงสุดของปีที่ 78.65 ล้านตัน และเกือบถึงจุดต่ำสุดของปี 2553 ที่ระดับ 67 ล้านตัน ดังนั้น มีแนวโน้มสูงที่ประเทศจีนจำเป็นต้องสะสมสินค้าคงคลังในส่วนของสินแร่เหล็กเพิ่มเติม โดยอุปสงค์ของการใช้เหล็กในประเทศจีนที่ขยายตัวสม่ำเสมอ และคิดเป็น 48% ของการบริโภคเหล็กโลก คาดจะช่วยหนุนให้ราคาเหล็กในช่วงที่เหลือของปีกลับมาสู่ทิศทางขาขึ้นอีกครั้ง



นักวิเคราะห์ บล.พัฒนสิน กล่าวว่า กลุ่มที่นำเข้าวัตุถดิบ เครื่องจักรจากต่างประเทศและมีรายได้หลักในประเทศรวมถึงกลุ่มที่มีหนี้ต่างประเทศ(USD EUR) จะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า โดยกลุ่มเหล็ก จะได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์ แนะนำซื้อสะสม บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH และ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI



นายวีระชัย ครองสามสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และรักษาการผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับหุ้นที่น่าสนใจคงแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการที่ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าผลจากมาตรการเฟด อันได้แก่หุ้นที่มีหนี้ต่างประเทศ หรือกลุ่มที่ต้องมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มรับเหมาและอสังหาริมทรัพย์ที่ต้นทุนก่อสร้างและขนส่งลดลง ส่วนกลุ่มเหล็กและยานยนต์ต้นทุนวัตถุดิบลดลง



นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวระยะสั้น ราคาหุ้น TSTH และ SSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับค่าเงินบาทแข็ง ทำให้ต้นทุนลดลง แต่ปัจจุบันราคาเหล็กในตลาดโลกยังอ่อนตัวลงเล็กน้อย ดังนั้นน่าจะเป็นสัญญาณเก็งกำไรช่วงสั้น โดย หุ้น TSTH มีแนวรับ 1.85 บาท แนวต้าน 1.95 บาท ส่วนหุ้น SSI รีบาวน์ช่วงสั้น มีแนวรับ 1.78 บาท แนวต้าน 1.90 บาท



"ทั้ง TSTH และ SSI มีโอกาสลุ้นชนซิลลิ่งหรือไม่ ระยะสั้นถือว่ายัง แต่ถ้าตัวบริษัทมีข่าวดีออกมาอาจจะชนซิลลิ่งได้ ซึ่งหากมองปัจจัยรอบข้างที่มีข่าวดีแค่ค่าเงินบาทอาจไม่หนุนให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นได้แรงขนาดนั้น"

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

โบรกฯ แนะเก็งกำไร THCOM หากผ่านแนวต้าน 7.60 บ. สำเร็จ

นักวิเคราะห์เทคนิค บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า เมื่อประเมินตามสัญญาณเทคนิคของ
ราคาหุ้น บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (THCOM) พบว่า มีการขยับตัวขึ้นในกรอบแคบ หลัง
จากผ่านระดับราคา 6.90 บาทไปได้
ทั้งนี้ กลยุทธ์ในการลงทุน แนะนำเก็งกำไร เมื่อผ่านแนวต้านที่บริเวณ 7.60 บาทได้
โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 6.90 บาท และแนวต้านที่ 7.60 บาท
ณ เวลา 11.28 น. ราคาหุ้น THCOM อยู่ที่ 7.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ
1.41% มูลค่าการซื้อขาย 45.03 ล้านบาท



รายงาน โดย กนกวรรณ เรืองศิลป์
เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 11:31:47

HEMRAJ- NNCL- ROJNA โบรกฯแนะเก็งกำไรในกรอบ

HEMRAJ- NNCL- ROJNA ดี๊ด๊า หลัง BOI ไฟเขียวหลายโครงการในนิคม โบรกฯแนะ
เก็งกำไรในกรอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งประกอบด้วย บริษัท นวนคร
จำกัด (มหาชน) หรือ NNCL บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) หรือ HEMRAJ และ
บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงกว่าตลาดเช้า
วันนี้ คาดรับข่าวดีจากการที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ(BOI)ไฟเขียวให้ภาค
ธุรกิจที่ขอส่งเสริมการลงทุนเดินหน้าได้หลายโครงการ
โดย NNCL รับข่าวดีจากการที่บริษัทโตชิบา สตอเรจ ดีไวส์ (ประเทศไทย)จำกัด ผู้
ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก เตรียมขยายการลงทุนเพิ่มโดยการตั้งโรง
งานในเขตอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี หลังจากได้รับอนุมัติจากบีโอไอ ให้ขยายการผลิตใน
ไทยได้ โดยเงินลงทุนที่จะใช้ขยายฐานการผลิตกว่า 1 หมื่นล้านบาท HEMRAJ รับข่าวดีจาก
การที่โครงการโรงไฟฟ้า GHECO-One พร้อมเดินหน้าต่อได้ ในขณะที่ ROJNA ได้รับการ
อนุมัติโครงการจากบีโอไอ 4 โครงการเมื่อสัปดาห์ก่อน
นายอภิสิทธิ์ ลิมป์ธำรงกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เกียรตินาคิน
กล่าวว่า สัญญาณทางเทคนิคหุ้นกลุ่มนี้หลายตัวยังเล่นเก็งกำไรได้ แต่อยู่ในกรอบแคบๆ โดย
NNCL เล่นในกรอบ 1.6-1.65 บาท HEMRAJ กรอบ 1.9-2.1 บาท ROJNA กรอบ 11.20-
12 บาท
ล่าสุด ณ เวลา 10.51 น. ราคา HEMRAJ อยู่ที่ 2.04 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ
2% มีมูลค่าการซื้อขาย 97.87 ล้านบาท ราคา NNCL อยู่ที่ 1.63 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท มี
มูลค่าการซื้อขาย 17.07 ล้านบาท และ ROJNA อยู่ที่ 11.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ
4.42% มีมูลค่าการซื้อขาย 19.54 ล้านบาท




รายงาน โดย ชัชชญา อังคุลี
เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 10:54:16

TMB เริ่มนิ่ง เมินข่าวดีจ่ายปันผลปีนี้ โบรก แนะซื้อเก็งกำไร

TMB เริ่มนิ่ง เมินข่าวดีจ่ายปันผลปีนี้ โบรก แนะซื้อเก็งกำไร ให้แนวต้าน 2.82 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นธนาคาร ทหารไทยจำกัด (มหาชน)(TMB )
พบว่า ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เปิดการซื้อขายก่อนจะอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 2.62 บาทไม่
เปลี่ยนแปลงจากวานนี้
ทั้งนี้ประธานบอร์ด TMB ระบุว่าเตรียมหารือคณะกรรมการแบงก์จ่ายปันผลเพราะมี
กำไร หลังล้างขาดทุนสะสมกว่าแสนล้านบาท ส่วนการเจรจาขายหุ้นให้กับ ไอเอ็นจี ต้องรอปลัด
กระทรวงการคลังคนใหม่เข้ามาสานงานต่อในเดือนตุลาคมนี้ ด้านพันธมิตรใหม่ คือกลุ่มไอเอ
ฟซี เป็นการเจรจาผ่านฝ่ายการเมือง
ด้านบทวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป ประเมินสัญญาณทางเทคนิคของ TMB : แนะนำ 'ซื้อ
เก็งกำไร” แนวต้านที่ 2.82-3.00 บาท แนวรับที่ 2.56-2.50 บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า
2.46 บาท
ล่าสุดเมื่อเวลา10.17 น. ราคาหุ้น TMB อยู่ที่ 2.62บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการ
ซื้อขาย 223.64 ล้านบาท




เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 10:20:01

หุ้นเด่นทางเทคนิค TICON ให้ซื้อเก็งกำไร

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค TICON ให้ซื้อเก็งกำไร

TICON : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 13.60
แนวรับ : 13.4-13.2
แนวต้าน : 14.80-15, 16

สัปดาห์ที่แล้วราคาเริ่มแกว่งทรงตัวและดีดขึ้นปิดสิ้นสัปดาห์ได้ดี ก่อนที่ต้น
สัปดาห์นี้จะยังมีแรงซื้อต่อเนื่อง ทำให้คาดว่ามีโอกาสที่ราคาจะสามารถดีดขึ้นต่อ
เนื่อง เพื่อไปทดสอบแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 9:44:29

หุ้นเด่นทางเทคนิค MINT ให้ซื้อเก็งกำไร

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค MINT ให้ซื้อเก็งกำไร

MINT : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 11.90
แนวรับ : 11.80-11.50
แนวต้าน : 12.50,13-14

ราคายังแกว่งทรงตัวต่อเนื่อง แต่เริ่มมีลักษณะไต่ระดับขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อย
ขณะที่ Indicators ต่างๆ ยังมีสัญญาณที่ดี ดังนั้นยังคาดว่ามีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้น
หาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้อยู่




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 9:42:11

หุ้นเด่นทางเทคนิค HEMRAJ ให้ซื้อเก็งกำไร

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำหุ้นเด่นทางเทคนิค HEMRAJ ให้ซื้อเก็งกำไร

HEMRAJ : ซื้อเก็งกำไร
ราคาปิด : 2
แนวรับ : 1.95-1.90
แนวต้าน : 2.20-2.40

หลังจากแกว่งทรงตัวได้และค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาหลายวัน เมื่อวานนี้เริ่มมี
แรงซื้อดันราคาให้ขยับตัวขึ้น พร้อมดึงสัญญาณทางเทคนิคให้ดีขึ้นด้วย คาดมีลุ้นขยับ
ขึ้นหาแนวต้านข้างต้นให้ทำกำไรตามรอบได้




เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 9:39:39

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค QH ซื้อเก็งกำไร

QH – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 2.68 บาท & 916; +0.04 บาท
แนวรับ: 2.64 แนวต้าน: 2.84
ตัดขาดทุน 2.60
ราคาปรับขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี และราคาหุ้นกำลังจะ break 2.68 บาท ที่เป็น
ระดับเปลี่ยนที่จะยกราคาขึ้นมาสู่แนวโน้มที่สูงขึ้นในช่วง 2.68-2.84 บาท โดยเมื่อ
วานแรงซื้อเพิ่มสูงสุดในรอบเกือบ 1 สัปดาห์ และเพิ่มขึ้นมากกว่าระดับเฉลี่ย 5 วัน
ทำการ สอดคล้องกับค่าสัญญาณที่บ่งชี้ทิศทางบวกต่อการปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน
2.84 บาท
พื้นฐานแนะนำถือ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 2.60 บาท





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 9:35:40

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค NNCL ซื้อเก็งกำไร

NNCL – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 1.61 บาท & 916; +0.07 บาท
แนวรับ: 1.59 แนวต้าน: 1.69
ตัดขาดทุน 1.57
ราคาหุ้น NNCL กำลัง break 1.61 บาท กลับเข้าสู่กรอบการแกว่งตัวเข้าช่วง
สามเหลี่ยมในกรอบการเคลื่อนตัว 1.61-1.69 บาท หลังราคาปรับขึ้นสวนภาพตลาด
กลับมาปิดเกือบ High ด้วย Vol. เพิ่มขึ้นมากกว่าระดับเฉลี่ย 5 วันทำการ แม้ว่า
ราคาจะยังไม่สามารถกลับเข้าสู่แนวโน้ม Sideway up ที่ชัดเจนได้ แต่ในภาวะที่
Vol. โดยรวมหดตัว น่าจะพอ Trading ได้
แต่หากหลุดต่ำกว่า 1.57 บาท ต้องยอม Stop loss ทันที






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 9:34:26

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค IVL ซื้อเก็งกำไร

IVL – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 7.55 บาท & 916; +0.20 บาท
แนวรับ: 25.50 แนวต้าน: 27-28
ตัดขาดทุน 25
ทางเทคนิคแนะนำซื้อเก็งกำไรต่อเนื่องจากวันที่ 15 ก.ย. และใน THE QUANT
ฉบับล่าสุด ซึ่งเมื่อวานราคาได้แกว่งขึ้นมาเกือบแตะ 26.50 บาทที่วางไว้เป็นแนว
ต้านในรายวันแล้ว คาดการกลับตัวขึ้นแบบ Inver Head & Shoulders น่าจะผ่านบ่า
ระดับแนวต้านย่อย 26.50 บาท เข้าหาแนวต้าน 27-28 บาท
พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 23 บาท (Target price
อยู่ระหว่างปรับประมาณการณ์)





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 9:22:47

TMB แย้มปีนี้ มีจ่ายปันผลแน่ หลังมีกำไร ส่วนผลการเจรจาขายหุ้น

TMB แย้มปีนี้ มีจ่ายปันผลแน่ หลังมีกำไร ส่วนผลการเจรจาขายหุ้นกับ ไอเอ็นจี ต้องรอปลัด
คลังคนใหม่

นางเสาวนีย์ กมลบุตร ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) ธนาคารทหารไทย จำกัด
(มหาชน) หรือ TMB กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารกำลังเตรียมหารือกับฝ่ายบริหารเพื่อกำหนดการจ่าย
ปันผลให้กับผู้ถือหุ้น หลังจากเชื่อว่าสิ้นปีนี้ธนาคารจะมีกำไรจากการดำเนินงานอย่างแน่นอน
“ปีนี้ธนาคารมีกำไรแน่นอน ส่วนการปันผลสิ้นปีนี้คงจะมีการหารือกันต่อไป” นาง
เสาวนีย์ กล่าว
สำหรับการเจรจาขายหุ้น TMB ในสัดส่วนของกระทรวงการคลังให้กับ ING หรือ
พันธมิตรรายอื่นๆที่มีความสนใจนั้น คงจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากแต่งตั้ง นายอารีพงษ์ ภู่
ชอุ่ม ว่าที่ปลัดกระทรวงการคลังเข้ามารับตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยปัจจุบันได้ดำรง
ตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต เพื่อเข้ามาร่วมการเจรจาและตัดสินใจในการดีลดังกล่าว
สำหรับกรณีกระแสข่าวว่าผู้บริหารของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ
(International Finance Coporation) หรือ IFC สนใจที่จะซื้อหุ้นธนาคารทหารไทย หรือ
TMB ที่กระทรวงการคลังถืออยู่นั้น ยอมรับว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเป็น
เจรจากันกับฝ่ายฝ่ายการเมืองมากกว่า เนื่องจากตำแหน่งประธานบอร์ดธนาคารไม่มีอำนาจใน
การตัดสินใจ



รายงาน โดย ชัยรัตน์ พุ่มมาลา
เรียบเรียง โดย อิทธิพล พันธ์ธรรม
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 14:45:13

SYNEX แรลลี่บวก โบรกฯ แนะเก็งกำไรในกรอบ 3.20 - 3.40 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด
(มหาชน) หรือ SYNEX พบว่าราคาไต่ระดับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 3 วันทำการ โดยปิดการซื้อขาย
วันที่ 15 กันยายน 2553 ราคาปิดที่ 3.16 บาท จากนั้นขยับเพิ่มขึ้นถึงวันนี้ (20 กันยายน
2553) ราคาขึ้นสูงสุดที่ 3.36 บาท สวนทางกับ SET Index ที่ปรับลดลงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย
โดยคิดเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 6.32%
นักวิเคราะห์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า จากการตรวจสอบสัญญาณทางเทคนิคพบว่า
หุ้น SYNEX ปรับขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนหาจังหวะเก็งกำไรในกรอบแนวรับที่ 3.20
บาท และแนวต้านที่ 3.40 บาท
ณ เวลา 15.01 น.ราคาหุ้น SYNEX อยู่ที่ 3.26 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ
คิดเป็น 3.16% มูลค่าการซื้อขาย 4.90 ล้านบาท



รายงาน โดย อิศราภรณ์ วีระคงสุววณ
เรียบเรียง โดย ศุภวรรณ วราภรณ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 15:01:23

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค TUF ซื้อเก็งกำไร

TUF – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 58.50 บาท & 916; +2.75 บาท
แนวรับ: 57 แนวต้าน: 62.50, 65
ตัดขาดทุน 56.50
หลังจากที่กรอบระยะกลางมีการพักตัวในรูปแบบ Head & Shoulders ไปแล้ว
ปัจจุบันราคาฟอร์มตัวทำฐานดีดกลับพ้นระดับ Sideway ทำฐานที่ 58 บาทขึ้นยืน
ปิดได้ด้วย Vol. เพิ่มขึ้นหนุน ยืนยันการปรับฐานเสร็จสิ้น และฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องตาม
กรอบ Sideway up คาดมีโอกาสทดสอบแนวต้าน 62.50 บาท และมีแนวต้านถัดไป
ที่ 65 บาท
พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 65 บาท






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 9:10:47

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค SAT ซื้อเก็งกำไร

SAT – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 22.80 บาท & 916; +1 บาท
แนวรับ: 22.60 แนวต้าน: 23.20, 23.70
ตัดขาดทุน 22.40
ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway up ช่วง 22.10-25.50 บาท ระดับแนวต้าน
ทดสอบช่วงแรก 23.20 บาทและ 23.70 บาท โดยราคาเพิ่งจะเริ่มการกลับตัวขึ้น
จากภาวะ Sideway ในอัตราเร่งมากขึ้น ขณะที่ Vol. เพิ่มขึ้นมากกว่าระดับเฉลี่ย 5
วัน ส่งให้ทิศทางราคาน่าจะมีการปรับขึ้นต่อเนื่อง
พื้นฐานแนะนำขาย ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 23 บาท






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/10 เวลา 9:06:35

GEN วิ่งสู้ฟัดท้าซิลลิ่ง

GEN วิ่งสู้ฟัดท้าซิลลิ่ง ชี้กรอบเทคนิคเก็งกำไรต้าน 0.22 บ.
หุ้น GEN ส่งสัญญาณล่อปลวกมีปีก ทะยานล้อซิลลิ่งหลังได้ประเด็น
“ปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นท์” ที่คาดชัดเจนปลายเดือนนี้ช่วยสุมเพิ่มความเร้าใจ
ประกอบการลงทุน นักวิเคราะห์เทคนิคชี้กรอบการเคลื่อนไหวมีแนวต้าน 0.22 บาท
แนวรับ 0.16 บาท ใครอยากเก็งกำไร...เชิญ

หุ้นเทคนิคเด่น สัญญาณขาขึ้น 20/09/53

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2010 เวลา 09:54:09 น.

บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้

TUF ปิด 58.50 บาท

กลับตัวตามรูปแบบ double bottom แท่งเทียนปิดมีสีขาวเต็มแท่งvolume หนุน แนวโน้มปรับตัวทดสอบ high ถัดไปที่ระดับ 65 บาท

แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร” แนวต้านที่ 61.50-65.00 บาท แนวรับที่ 57.25-56.50 บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า 56.00 บาท

GFPT ปิด 8.50 บาท

กลับตัวตามรูปแบบ double bottom แท่งเทียนปิดมีสีขาวเต็มแท่งvolume หนุน แนวโน้มปรับตัวทดสอบ high ถัดไปที่ระดับ 9.60 บาท

แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร” แนวต้านที่ 9.10-9.60 บาท แนวรับที่ 8.20-8.00 บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า 7.90 บาท

LPN ปิด 10.10 บาท

ฟื้นตัวกลับขึ้นมาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้น Indicators ทุกตัวยังคงให้ค่าสัญญาณบวก volume หนุน แนวโน้มปรับตัวขาขึ้น

แนะนำ "ซื้อ” แนวต้านที่ 10.60-11.20 บาท แนวรับที่ 9.85-9.70บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า 9.60 บาท

SAT ปิด 22.80 บาท

ฟื้นตัวกลับขึ้นมาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้น Indicators ทุกตัวยังคงให้ค่าสัญญาณบวก volume หนุน แนวโน้มปรับตัวขาขึ้น

แนะนำ "ซื้อ” แนวต้านที่ 23.60-24.50 บาท แนวรับที่ 22.40-22.00บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า 21.70 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ธนชาต : แนะนำหุ้นทางเทคนิค MAJOR ซื้อเก็งกำไร

MAJOR – ซื้อเก็งกำไร ราคาปิด 13 บาท & 916; +0.30 บาท
แนวรับ: 12.80 แนวต้าน: 13.70, 14.10
ตัดขาดทุน 12.70
Pattern ทางเทคนิคเพิ่งดีดขึ้นหลุดจากการทำฐานได้เป็นวันแรก จากการที่ราคาปิด
ทะลุผ่าน 12.80 บาท และราคามีการฟอร์มกลับตัวขึ้นแบบ Double Bottoms ระดับ
ราคามีโอกาสที่จะส่งต่อไปที่ High ก่อนหน้า 14.10 บาท และ Vol. เพิ่งทะลุผ่าน
ระดับเฉลี่ยขึ้นมายืนยันการฟื้นตัวจากภาวะ Oversold
พื้นฐานแนะนำซื้อ ให้ Target price ณ สิ้นปี 2011 ที่ 18 บาท






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 17/09/10 เวลา 9:12:27

โบรกฯ แนะเก็งกำไร DCC ราคามีโอกาสทำนิวไฮ แนวต้านแรก 51.50 บาท

บทวิเคราะห์บล.ธนชาต ระบุว่า แนะนำซื้อ DCC ราคาเป้าหมาย 61 บาท กำลังอยู่
ช่วงกลางของวงจรการเติบโตของกำไร คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวจากการประหยัดจาก
ขนาด (economies of scale) ทั้งฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและการไม่มีหนี้ทำให้บริษัทสามารถ
จ่ายเงินปันผลได้ในอัตราที่สูงต่อเนื่องคาดว่าจะให้ dividend yield สูงถึง 7.3% ในปี 2011F
และ 8.1% ในปี 2012F มุมมองทางเทคนิคเน้น Trading มีโอกาสทำ New High ต่อเนื่อง
แนวต้าน 51.50 บาท และ 54 บาท



เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 17/09/10 เวลา 8:55:43

TKS แนะเล่นเก็งกำไรระยะสั้น ให้แนวรับ 3.20 บ.

สนใจ TKS โบรกฯ แนะเล่นเก็งกำไรระยะสั้น ให้แนวรับ 3.20 บ.แนวต้าน 3.34 บ.

เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ซิกโก้ เปิดเผยว่าตามสัญญาณทางเทคนิคการ
เคลื่อนไหวของราคาหุ้น บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS ยังคงเคลื่อน
ไหวในลักษณะแกว่งตัว โดยมีวอลุ่มเข้ามาสนับสนุนไม่หนาแน่นนัก ฉะนั้นจึงแนะนำนักลงทุนเล่น
เก็งกำไรหุ้นดังกล่าวในระยะสั้นๆ เท่านั้น โดยให้แนวรับไว้ที่ 3.20 บาท ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่
3.26 บาท และให้แนวต้านถัดไปไว้ที่ 3.34 บาท
ณ เวลา 15.51 บาท ราคาหุ้น TKS อยู่ที่ 3.22 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 1.26%
มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 1.76 ล้านบาท



รายงาน โดย อาภรณ์ สุภาพ
เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 15:51:15

PRIN รับกราฟเทคนิคแจ่มกรอบลงทุน2.76- 2.92 บ.

เซียนเทคนิคแนะเก็งกำไร PRIN รับกราฟเทคนิคแจ่ม ให้กรอบลงทุนไว้ที่ 2.76- 2.92 บ.


เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซิกโก้ เปิดเผยว่า แนะนำนักลงทุนเล่นเก็งกำไร
หุ้นของ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN หลังจากที่ราคาหุ้นดังกล่าวปรับขึ้นและมีแรง
ซื้อเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสัญญาณทางเทคนิคยังคงมีแนวโน้มที่ดี หลังจากที่
สามารถปรับขึ้นมาแตะแนวต้านที่ 2.82 บาท ขึ้นไปได้ ซึ่งจะมีแนวต้านถัดไปที่ 2.88 บาท และ
2.92 บาท ตามลำดับ ส่วนแนวรับให้ไว้ที่ 2.76 บาท
ณ เวลา 15.35 น. ราคาหุ้น PRIN อยู่ที่ 2.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.08บาท หรือ 2.96%
มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 29.83 ล้านบาท




รายงาน โดย อาภรณ์ สุภาพ
เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 15:35:43

หุ้นไฟเขียว เหลือง แดง บ่ายนี้

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2010 เวลา 13:51:26 น.




หุ้นไฟเขียว ได้แก่ PRIN, GENCO, CCET, BANPU, CPALL, CPF, SSI และ AMATA สัญญาณทางเทคนิคมีแนวโน้มขาขึ้น

หุ้นไฟเหลือง ได้แก่ TYM, LH, OISHI และ PTTCH ให้ระวังในการเข้าซื้อเพิ่ม

หุ้นไฟแดง ได้แก่ MAX, TTCL, TVO และ AP สัญญาณทางเทคนิคเข้าเขตซื้อมากเกินไป เสี่ยงต่อการถูกขายทำกำไร

by... KaoHoon online...

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

หุ้นเทคนิคเด่น ภาคบ่าย 16/09/53

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2010 เวลา 12:09:56 น. บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้

CPALL 39.00 ฟื้นตัวขึ้นมาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นทุกเส้น Indicators ทุกตัวให้ค่าสัญญาณบวก แนวโน้มปรับตัวขาขึ้น แนะนำ "ซื้อ" แนวต้านที่ 40.00-41.00 บาท แนวรับที่ 38.25-37.50 บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า 37.00 บาท


PS 24.10 ฟื้นตัวปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้น Indicators ทุกตัวให้ค่าสัญญาณบวก volume หนุน แนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ แนะนำ "ซื้อ" แนวต้านที่ 25.00-26.75 บาท แนวรับที่ 23.80-23.50 บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า 23.20 บาท (Update 11.30)


LH 6.95 ขึ้นมาสร้าง high ใหม่ในรอบปี ด้วย volume หนุน Indicators ทุกตัวให้ค่าสัญญาณบวก แนวโน้มปรับตัวขาขึ้น แนะนำ "ซื้อ" แนวต้านที่ 7.45-7.80 บาทแนวรับที่ 6.75-6.55 บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า 6.45 บาท (Update 11.30)


DCC 47.75 ทะลุ high ก่อนหน้าที่ระดับ 48.00 บาท พร้อมกับ Volume หนุน Indicators ทุกตัวกลับมาให้ค่าสัญญาณบวก แนวโน้มยังคงปรับตัวขาขึ้น แนะนำ "ซื้อ" แนวต้านที่ 49.50-51.75 บาท แนวรับที่ 47.25-46.75 บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า 46.25 บาท

(Update 11.30)
by..KaoHoon online

TRCกูรูมองได้ผ่านจุดต่ำสุดในครึ่งปีแรกแล้วแถมได้ผลดีจากปัญหามาบตาพุดคลี่คลาย

TRC ทะยาน 3วันทำการกว่า 14% ด้านกูรูมองได้ผ่านจุดต่ำสุดในครึ่งปีแรกแล้ว-แถมได้
ผลดีจากปัญหามาบตาพุดคลี่คลาย โบรกฯแนะเก็งกำไร

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (TRC)
พบว่าราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องวันทำการโดยปิดตลาดวันที่ 14 ก.ย. อยู่ที่ 3.04 บาท และ
แตะระดับสูงสุดของวันนี้ที่ 3.48 บาท เพิ่มขึ้น 0.44 บาท หรือคิดเป็น 14.47%
นายทวีรัชต์ มัททวีวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พินันเซีย ไซ
รัส กล่าวว่า เมื่อประเมินตามสัญญาณเทคนิคของราคาหุ้น บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด
(TRC) ที่มีการขยับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
กลยุทธ์ในการลงทุน แนะเก็งกำไร โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 3.30 บาท ส่วนแนวต้าน
แรกประเมินไว้ที่ 3.50 บาท ถ้าผ่านไปได้มีโอกาสเห็นแนวต้านที่บริเวณ 3.70-3.80 บาท แต่
หากราคาปรับตัวลดลงให้จุดตัดขาดทุนไว้ที่ 3 บาท
ทั้งนี้บทวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก คาดว่าผลประกอบการของ TRC ได้ผ่านจุดต่ำสุดมา
แล้วหลังจาก 1H53 มีกำไรสุทธิแล้ว 52 ล้านบาทมากกว่าเมื่อเทียบกับทั้งปีของปีที่ผ่านมาซึ่ง
ขาดทุน 165 ล้านบาท ส่วนปัญหามาบตาพุดที่มีความชัดเจนคาดส่งผลดีโดยตรงต่อ TRC เนื่อง
จากเป็นผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับงานก่อสร้างในอุตสาหกรรมปิโตฯและท่อส่งก๊าซ
ธรรมชาติ ประกอบกับมีกลุ่ม PTT เป็นลูกค้าหลัก โดยในช่วง 4Q53 TRC มีลุ้นที่จะได้งานจาก
การเปิดซองประมูลงานปิโตฯและท่อก๊าซธรรมชาติมูลค่าประมาณ 5-6 พันล้านบาทซึ่งบริษัทคาด
ว่าจะได้งานจากการประมูลดังกล่าวประมาณ 2-3 พันล้านบาทซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดจะทำให้
TRC มี Backlog ในมือเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านบาทรองรับการเติบโตของรายได้ไปอีก 1-2 ปี
ส่วนปีนี้เราคาดกำไรสุทธิประมาณ 98.9 ล้านบาทพลิกจากขาดทุน 166 ล้านบาทจากปีที่ผ่านมา
และคาดเงินปันผลในปีนี้ที่ 0.12 บาทต่อหุ้น Dividend Yield 4.1% แนะนำ 'ซื้อ' โดยมีราคา
เป้าหมายในปี 54 ที่ 3.80 บาท
ณ เวลา 12.17 น. ราคาหุ้น TRC อยู่ที่ 3.46 บาท เพิ่มขึ้น 0.22 บาท หรือ 6.79%
มูลค่าการซื้อขาย 88.53ล้านบาท

ผู้สื่อข่าว : นางสาว กนกวรรณ เรืองศิลป์




เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 12:18:30