3Q53 ขาดทุนสูงกว่าคาด
เกิดขาดทุนกว่า 53 ล้านบาทใน 3Q53 จากการยกเลิกสัญญาขายน้ำตาลล่วงหน้า
KSL รายงานผลการดำเนินงาน 3Q53 (พ.ค.-ก.ค. 53) ขาดทุน 53 ล้านบาท เป็น
การขาดทุนครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส โดยมีสาเหตุหลักจาก 1) เกิดค่าปรับ 111 ล้านบาท
จากการยกเลิกสัญญาขายน้ำตาลล่วงหน้าบางส่วนเนื่องจากโครงการบ่อพลอยดำเนินการล่าช้าส่ง
ผลให้ปริมาณน้ำตาลที่ส่งออกจริงต่ำกว่าปริมาณที่ทำสัญญา (รับรู้ครั้งสุดท้ายในไตรมาสนี้) 2)
ขาดทุนจากการขายน้ำตาลในประเทศประมาณ 80 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายน้ำตาลภายใน
ประเทศที่ 13.2 บาทต่อก.ก. (หักส่วนที่ต้องส่งเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลแล้ว 5.7 บาทต่อก.ก.)
ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของบริษัท 3) กำไรจากธุรกิจเอทานอลลดลง 64%YoY เหลือเพียง 20
ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบโมลาสปรับตัวสูงขึ้นจนไม่คุ้มค่าที่นำมาผลิต (เพิ่งได้รับผล
กระทบครึ่งไตรมาส) ส่งผลให้ยอดขายเอทานอลลดลง 41%YoY เหลือเพียง 7.3 ล้านลิตร 4)
กำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าลดลง 24% เหลือเพียง 41 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลงของโรง
ไฟฟ้าสูงขึ้น
คาดผลการดำเนินงาน 4Q53 (ส.ค.-ต.ค. 53) ขาดทุนต่อเนื่องอีก 22 ล้านบาท
แม้ไม่มีรายการขาดทุนจากการขายน้ำตาลล่วงหน้าแล้ว แต่คาดว่าปริมาณและราคาขาย
ในส่วนของน้ำตาลและเอทานอลทรงตัว QoQ ขณะที่ธุรกิจเอทานอลจะได้รับผลกระทบเต็ม
ไตรมาสจากต้นทุนวัตถุดิบโมลาสที่ปรับสูงขึ้น กอปรกับธุรกิจโรงไฟฟ้ามีการปิดซ่อมบำรุง 1.5
เดือน (ส.ค.-กลางก.ย.) ทำให้รายได้ธุรกิจไฟฟ้าจะหายไปครึ่งไตรมาส ส่งผลให้ยังมีผลขาดทุนต่อ
เนื่องใน 4Q53 จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะขาดทุน 22 ล้านบาท
ปรับลดประมาณการกำไรปี 53-54 ลง 64% และ 3% ตามลำดับ
เราปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเหลือ 17.75% จากเดิม 23.3% เนื่องจากต้นทุน
น้ำตาลจากการขายในประเทศสูงขึ้นจากการส่งเงินเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลสูงเพิ่มขึ้นขณะ
เดียวกัน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเอทานอลปรับสูงขึ้น ส่วนการปรับลดปี 54 สะท้อนค่าใช้จ่ายใน
การขายและบริหารที่ปรับสูงขึ้นหลังเปิดใช้โรงงานบ่อพลอยและส่วนขยายของโรงงานเอทานอล
คงคำแนะนำ “เก็งกำไร” ด้วยมูลค่าพื้นฐานใหม่ 12.1 บาท (1.7xP/BV)
นอกเหนือจากฐานกำไรสุทธิที่ต่ำในปีนี้คาดว่า KSL จะสามารแสดงการเติบโตอย่างก้าว
กระโดดในปี 54 จากโรงงานบ่อพลอยเริ่มดำเนินการผลิตและการเพิ่มกำลังการผลิตเอทานอลอีก
เกือบเท่าตัว แต่ในระยะสั้นเราคาดการณ์ผลประกอบการ 4Q53 จะอยู่ในเชิงลบซึ่งจะมีต่อมูลค่า
หุ้น ในระยะสั้น ด้วยประมาณการกำไรสุทธิที่ปรับลดลงส่งผลให้มูลค่าพื้นฐานปี 54 ลง 7% เหลือ
12.1 บาท (อิงเป้าหมาย P/BV ที่ 1.7 เท่า)
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 9:12:17
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น