บล.กรุงศรีอยุธยา : TISCO มูลค่าพื้นฐานที่ 43 บาท แนะนำ “เก็งกำไร”
คาดกำไรสุทธิ 3Q53 เติบโต 36%YoY
TISCO มีจุดเด่นที่ความสามารถการทำกำไรสูงสินเชื่อขยายตัวสูง งบดุลแข็งแกร่ง
หนี้เสียต่ำและ Coverage ratio สูง แต่เราเริ่มมีความกังวลต่อผลกระทบจากภาวะการแข่งขันที่
สูงขึ้นในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อปัจจุบันซึ่งมีคู่แข่งมากราย กอปรกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะ
เป็นตัวเร่งให้ต้นทุนการเงินเพิ่มซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อ NIM ของ TISCO ในอนาคต เราได้ปรับ
เพิ่มมูลค่าพื้นฐานจาก 36 บาทเป็น 43 บาทสำหรับปี 54 (อิง P/BV ที่ 1.9 เท่า ROE 20%,
Long Term Growth 6%) เราคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” เนื่องจากความเสี่ยงด้านราคาหุ้นเริ่ม
สูงขึ้นเมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐาน
กำไรสุทธิ 3Q53 เพิ่มขึ้น 36%YoY แต่ลดลง 9%QoQ
จากการสอบถามกับเจ้าหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เราคาดการณ์ TISCO จะมีกำไร
สุทธิ 3Q53 ที่ 698 ล้านบาท เติบสูง 36%YoY สาระสำคัญจาก
i) รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเพิ่มขึ้น จากรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามปริมาณ
สินเชื่อ (+21.3%YoY) ขณะที่ NIM ทรงตัวจาก 3Q52 ที่ราว 5%
ii) รายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวแข็งแกร่ง ส่วนใหญ่เป็นรายได้เกี่ยวกับสินเชื่อ ธุรกิจ
การขายประกันผ่านธนาคาร (Bancassurance)
เทียบกับใน 2Q53 แม้ TISCO จะมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามปริมาณสินเชื่อ แต่
กำไรสุทธิจะลดลง 9%QoQ เนื่องจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง เพราะในไตรมาสนี้ TISCO
ไม่มีรายได้พิเศษเหมือนใน 2Q53 ที่มีรายได้ค่าธรรมเนียมจากการเป็นที่ปรึกษาการเงินการควบ
รวมระหว่างธนาคารธนชาตและ SCIB และมีกำไรจากการขายสินทรัพย์รอการขาย
ด้านคุณภาพสินเชื่อยังคงความแข็งแรงต่อเนื่อง และหนี้ด้อยคุณภาพมีแนวโน้มลดลง
จาก 2Q53 คาดว่า NPL Ratio จะลดลงจาก 2% ใน 2Q53 เป็น 1.8% (ต่ำที่สุดในกลุ่ม
ธนาคาร)
คาดสินเชื่อ 3Q53 ขยายตัว 6.8%QoQ
ในเบื้องต้นสินเชื่อเดือน ก.ย. มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากเดือน ก.ค. และ ส.ค. (สิน
เชื่อเดือนก.ค. – ส.ค. เพิ่มขึ้น 5.2% จากสิ้นเดือน มิ.ย.) เราคาดการณ์สินเชื่อ 3Q53 ขยายตัว
ราว 6.8%QoQ (+22.2%YoY) แม้การแข่งขันในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะเพิ่มขึ้นจากการ
ดำเนินนโยบายเชิงรุกของธนาคารขนาดใหญ่ (เน้นรถยนต์ Toyota Honda) การเติบโตของสิน
เชื่อของ TISCO ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของยอดขายรถยนต์ และผลบวกจากการเข้าซื้อ
กิจการบริษัท จีเอ็มเอซี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทไพรมัส ลีสซิ่งในปี 52 ทำให้ TISCO
สามารถปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกค้ารถยนต์ Mazda Ford และ Chevrolet มากขึ้น นอกจากนี้
TISCO ปล่อยสินเชื่อให้บริษัทขนาดใหญ่มากขึ้น เราปรับประมาณการสินเชื่อปี 53 ของ
TISCO จาก 18.3%YoY เป็น 24.2% และปรับสินเชื่อปี 54 จาก 11.5%YoY เป็น 15.1%
NIM มีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขัน และต้นทุนสูงขึ้น
แม้ในภาพรวมสินเชื่อของ TISCO ขยายตัว แต่การดำเนินนโยบายเชิงรุกของธนาคาร
ขนาดใหญ่ทำให้การแข่งขันในธุรกิจเช่าซื้อสูงขึ้น กอปรกับสภาพคล่องของ TISCO ลดลง (สัด
ส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเพิ่มขึ้นจาก 192% ใน 2Q53 เป็น 215% ใน 3Q53) ทำให้มีความต้อง
การระดมเงินทุนส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น เรามองว่า NIM ของ TISCO ผ่านจุดสูงสุดใน 1Q53 และ
มีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยเหลือที่ 4.9-5% ใน 2H53
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 53 และปี 54 เพิ่มขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 53 เพิ่มขึ้น 3.7% เป็น 2.75 พันล้านบาท (+43.2%
YoY) จากการปรับเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อจาก 18.3% เป็น 24.2% นอกจากนี้ เราปรับประมาณ
การกำไรสุทธิปี 54 เพิ่มขึ้น 5.9% เป็น 3.1 พันล้านบาท (+9.3%YoY) จากการปรับเพิ่มเป้า
หมายสินเชื่อจาก 11.5% เป็น 15.1% และปรับรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวจาก 15%YoY
เป็น 20%
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 27/09/10 เวลา 9:39:04
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น