วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.เกียรตินาคิน : ITD แนะนำซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสมปี 54 อยู่ที่ 4.40 บาท

-ข่าวดีต่อเนื่อง หลังได้รับงานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสัญญาที่ 1 แล้ว ใน2H53
คาดอาจเป็น 4Q53 มีโอกาสรับกำไรจากการขายเงินลงทุน ทำให้มีผลประกอบการ
กลับเป็นบวก นอกจากนี้ยังมีงานที่บริษัทเข้าร่วมประมูล มูลค่าโครงการโดยรวมค่อน
ข้างสูงถึง 131,254ล้านบาท โดยมีงานในมือปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 90,464ล้านบาท
ในขณะที่ภาพรวมในระยะยาวมีโอกาสได้รับงานเพิ่มขึ้นจากความต่อเนื่องของ
รถไฟฟ้าสายสีเขียว สีชมพู ฯลฯ รวมถึงงานภาครัฐที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามงบประมาณ
การก่อสร้างสาธาณูปโภคขั้นพื้นฐาน
- ปรับประมาณการปี 53 มีกำไรสุทธิ 1,054 ล้านบาท ปรับคำแนะนำ
จาก ”ทยอยซื้อ” เป็น'ซื้อเก็งกำไร' โดยมีราคาที่เหมาะสมเป็นปี 54 อยู่ที่ 4.40 บาท
(อ้างอิง APBV 1.50X) มองการรับรู้รายได้มาจากการขายเงินลงทุน โดยคาดผล
ประกอบการในปี 54 เข้าสู่ภาวะปกติกรณีไม่มีการขายเงินลงทุนอื่นๆเพิ่มซึ่งยังมี
ปัจจัยกดดันผลประกอบการจากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ยังค่อนข้างสูง ประกอบกับแหล่ง
ที่มาของเงินทุนกรณีการรับงานมูลค่าโครงการที่ต้องใช้เงินทุนค่อนข้างมาก

มีข่าวดีต่อเนื่อง หลังได้รับงานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสัญญาที่ 1 ใน 3Q53-4Q53มีการ
บันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุน ทำให้ผลประกอบการในปี53. มีกำไรสุทธิใน
ระดับสูง
คาดใน4Q53 บริษัทมีการบันทึกกำไรจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นที่บริษัท
ถืออยู่ในบริษัทน้ำเทิน 2 พาวเวอร์ จำนวน 15% ให้กับ EGCO 10% และ EDF 5%
ซึ่งจะทำให้บริษัทมีการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนดังกล่าว ที่ค่อนข้างมาก
ประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งหลังจากการขายเงินลงทุนดังกล่าว บริษัทมีโดการรับ
เงินรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ราคาต้นทุน 1,959 ล้านบาท ทำให้มีสภาพคล่องดีขึ้น
ซึ่งถ้าบริษัทนำเงินทุนที่ได้ไปชำระหนี้จะทำให้ลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้บางส่วน รวม
ถึงมีสัดส่วน D/E ลดลง โดยก่อนหน้าบริษัทได้รับงาน สายสีน้ำเงินสัญญาที่ 1(หัว
ลำโพง-สนามชัย) มูลค่าโครงการ 11,456 ล้านบาท พร้อมทั้งการรับงานจากต่าง
ประเทศ เช่นโครงการก่อสร้างที่ได้รับสัมปทานทาเรือน้ำลึก ทวาย มูลค่า 4 แสนล้าน
บาท ที่คาดมีโอกาสเริ่มรับรู้รายได้ในปี 54 นอกจากนั้น ยังมีรถไฟฟ้าสายสีแดง สี
เขียว และสีชมพูฯลฯ จากรถไฟรางคู่ รวมถึงงานประมาณภาครัฐอื่นๆ ทีต้องการ
พัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ส่งผลต่อโอกาสการรับงานที่เพิ่มขึ้น

งานในมือโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง 90,464ล้านบาท เป็นงานของITD 45,464 ล้าน
บาท และเป็นของต่างประเทศคือ ITD cemen+ PT Thailindo ประมาณ 45,000
ล้านบาท
บริษัทมีงานในมือปัจจุบัน ( เฉพาะบริษัทITD ) 45,464 ล้านบาท ยังไม่รวม
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งถ้ารวมจะทำให้มีงานในมือเพิ่มขึ้นเป็น 56,920 ล้านบาท นอก
จากนั้นยังมีงานของ ITD Cementation และงาน PT Thailindo โดยรวมประมาณ
45,000ล้านบาท ซึ่งจะทำให้งานในมือโดยรวมปัจจุบันของบริษัทอยู่ที่ประมาณ
90,464 ล้านบาท ในขณะเดียวกันบริษัทมีงานที่อยู่ระหว่างการเจรจา และเสนอราคา
ต่ำ (Lowest Bid) มูลค่าโครงการโดยรวม131,254 ล้านบาท (ตามตาราง)

ปัจจัยเสี่ยง
1)จากการมีงานในต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยน
แปลงนโยบายของภาครัฐในการดำเนินธุรกิจกับเอกชนความมีเสถียรภาพทางการ
เมืองที่ส่งผลต่อความมั่นในการขยายการลงทุน และความแน่นอนของงบประมาณ
ภายในประเทศ
2)ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างทำให้ความแน่นอนในการประมาณการ
ต้นทุนขายเป็นไปได้ยาก
3)จากภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลกดดันความ
สามารถในการทำกำไรและผลประกอบการ

ปรับคำแนะนำ จาก ทยอยซื้อ เป็น “ซื้อเก็งกำไร” โดยปรับใช้ราคาที่เหมาะสมปี54
ที่ 4.40บาท
จากผลประกอบการในปี 53 ที่พลิกกลับเป็นบวกจากการขายเงินลงทุน
อย่างไรก็ตามในปี 54 เราคาดว่าบริษัทจะมีผลประกอบการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อย
ไป..หลังการรับรู้รายได้จากงานเก่าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำเริ่มลดลงมองแนวโนมระยะ
ยาวมีโอกาสรับงานได้ต่อเนื่อง จากโครงการภาครัฐ และเอกชน โดยผลประกอบการ
ใน1H53 มี Operating Profit ที่ 621ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี
ก่อนที่ขาดทุน
สำหรับแนวโน้มในปี54 ยังมีทิศทางที่ดีต่อการรับงานจากงบประมาณในการ
พัฒนาประเทศเช่นโครงการไทยเข้มแข็งซึ่งงบประมาณที่อาจมีงานก่อสร้างบางส่วน
ใน 80%ของวงเงินโดยรวม งบประมาณภาครัฐที่เน้นการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคขั้น
พื้นฐาน เช่น งานก่อสร้างของหน่วยราชการ และงานซ่อมแซม ฯลฯ รวมถึงโครงการ
Mega-project เช่น รถไฟฟ้า ที่คาดว่าจะมีความต่อเนื่องจากสายสีม่วง เช่น สายสี
น้ำเงิน สายสีเขียว และสายสีแดง 2) การเติบโตของภาคเอกชน ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น
จากงานของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ จากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีต่อ
การรับงานที่เพิ่มขึ้นจากปี53 ราคาที่เหมาะสมปี 54 อยู่ที่ 4.40 บาท อ้าอิง APBV
1.5 เท่า แนะนำ .”ซื้อเก็งกำไร”





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 03/09/10 เวลา 10:25:49

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น