Investment Theme :
เหตุการณ์ : PTTCH ผู้ผลิตโอเลฟินส์รายใหญ่ที่สุดของไทย และจัดเป็น
อันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชีย
คาดกำไร 3Q53 ชะลอลง ในการประเมินเบื้องต้น กำไรสุทธิ 3Q53 คาดว่า
อยู่ที่ 2,190 ล้านบาท (-22%YoY, -6%QoQ) กำไรต่อหุ้น 1.46 บาท โดยกำไร 3Q53
ลดลงจากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักคาดว่าเกิดจากกำไรปกติในการดำเนินงานลดลง
ตาม Spread margin ของทุกผลิตภัณฑ์ที่ลดลงรวมทั้งปริมาณผลิต 3Q53 ลดลง
เนื่องจากโรงงานโอเลฟินส์ I4-1 ได้หยุดซ่อมบำรุงเป็นเวลา 45 วัน แต่มีกำไร FX
ประมาณ 797 ล้านบาทตามค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น เข้ามาช่วยพยุง จึงทำให้กำไรสุทธิ
3Q53 ลดลงเล็กน้อย ขณะที่กำไร 4Q53 จะกลับมาเติบโตได้อีก เพราะ spread คาด
ว่าจะดีขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ทำให้ความต้องการปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น
และราคาน้ำมันดิบโลกที่สูงขึ้น จะช่วยผลักดันราคาปิโตรเคมีให้ปรับขึ้นได้
กรณีมาบตาพุด ราคาหุ้นได้รับแรงหนุนจาก 1) โรงงาน 4 แห่งของบริษัทที่ถูก
ศาลฯสั่งระงับชั่วคราว ปัจจุบันได้รับใบอนุญาตดำเนินงาน (operating license) แล้ว
จาก การนิคมอุตสาหกรรมฯประกอบด้วยโรงงานหลัก 2 แห่งคือ โรงงาน HDPE กำลัง
ผลิต 3 แสนตัน/ปี และโรงงานผลิตเอทิลีน (ส่วนขยายของโรงงาน I4-2) ขนาด 1.5
แสนตัน/ปี และ 2) โรงงานเอทิลีนใหม่ ขนาด 1 ล้านตัน/ปี (ซึ่งปี 53 ใช้กำลังผลิต
70% เพราะขาดแคลนวัตถุดิบก๊าซ) อาจเริ่มผลิตเต็มที่ได้ใน ธ.ค.นี้ หลังโรงแยกก๊าซ
ที่ 6 ของ PTT จะได้รับ operating licence ในกลางเดือน ต.ค+ใช้เวลาทดสอบ
เดินเครื่องผลิต 1-1.5 เดือน และจะเริ่มผลิตเต็มที่และป้อนวัตถุดิบก๊าซให้ PTTCH ได้
ในเดือน ธ.ค.53
การควบรวม PTTCH กับบริษัทในกลุ่ม PTT ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทแม่ PTT เป็นสำคัญ ซึ่งเดิม เราประเมินเบื้อง
ต้นว่า การควบรวมกับ PTTCH น่าจะอยู่ในปี 55 หลังจากการควบรวม 2 บริษัทแรก
คือ PTTAR+IRPC แล้วเสร็จในปี 54 ส่วน TOP คาดว่าจะนำไปควบรวมในปี 56 ต่อ
ไปผลกระทบ :
จากกำไร 3Q53 ลดลงน้อยกว่าที่คาด เราจึงปรับกำไรสุทธิปี 53 เพิ่มขึ้น
+9% เป็น 10,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +53%YoY (โดยเป็นการปรับเพิ่มกำไรจาก FX)
กำไรต่อหุ้น 6.91 บาท
ส่วนกำไรปี 54-55 โดดเด่น เพิ่มเป็น 17,388-22,558 ล้านบาท (+67%YoY,
+30%YoY) กำไรต่อหุ้น 11.56 - 15.00 บาท โดยมีปัจจัยผลักดันการเติบโตของกำไร
ปี 54 มาจากปริมาณผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก เนื่องจากทุกโรงงานทั้งขั้นต้น-ปลายนํ้า
สามารถผลิตได้อย่างเต็มที่ เพราะได้รับวัตถุดิบก๊าซจากโรงแยกก๊าซ ที่ 6 ของ PTT
แต่คาด spread ยังทรงตัวจากปี 53 ส่วนกำไรปี 55 เพิ่มขึ้น มาจากแนวโน้ม spread ที่
ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากภาวะธุรกิจขาลงของปิโตรเคมีคาดว่าจะสิ้นสุดในปี 55
ให้ราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 140 บาท (วิธี DCF) หรือคิดเป็น P/E และ P/BV ปี
54 ที่ 12x และ 1.8x
คาดจ่ายปันผล 2H53 ที่ 1.55 บาท/หุ้น (โดยจ่าย 1H53 ที่ 1.45 บาท/หุ้นไป
แล้ว)
คำแนะนำ : “ซื้อเก็งกำไร” จากกำไรปี 54-55 สดใส แต่มี upside เหลือ4%
จากราคาเป้าหมาย 140 บาท
ความเสี่ยง : ความผันผวนของ spread margin และค่าเงินบาท
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 11:39:12
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น