วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.เคที ซีมิโก้ : STEC แนะนำ ซื้อเก็งกำไร มูลค่าพื้นฐาน 11.60 บาท

โมเมนตัมราคาจะสูงขึ้น สะท้อนมูลค่างานในมือ/ยอดขาย ที่เพิ่ม
เราคาดว่า STEC จะมีอัตรากำไรที่สูงต่อเนื่องจาก 2Q53 รวมทั้งการเปิดประมูล
โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่จำนวนมากใน 2H53 จะทำให้ STEC เป็นที่ชื่นชอบ
ของตลาดฯมากขึ้น เรายังคงประมาณการตามเดิม แต่เราเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ราคาหุ้นจะ
ปรับขึ้นเพื่อสะท้อนอัตราส่วนมูลค่างานในมือต่อยอดขายเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 48 ดังนั้นเราจึง
ปรับมูลค่าพื้นฐานใหม่ในระยะ 12 เดือนข้างหน้าเพิ่มเป็น 11.60 บาท (จากมูลค่าพื้นฐานปี 53
เดิมที่ 8.40 บาท) โดยอิงกับ PBV ที่ 2.7 เท่า (จากค่าเฉลี่ย PBV ย้อนหลัง 5 ปี +1.3std) และ
คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

แนวโน้มอัตรากำไรสูงต่อเนื่อง
เรายังคงสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น 8-9% ใน 2H53 จากงานโครงการปิโตรเคมี
อาทิ Dow Chemical ในมาบตาพุด และการรับรู้รายได้จากโครงการรถไฟฟ้าสีม่วงที่เพิ่มขึ้น จะ
หนุนอัตรากำไรให้สูงต่อเนื่อง

การเปิดประมูลงานใหม่หลายโครงการ หนุน Backlog เพิ่มขึ้น
การผ่านงบประมาณประจำปี 54 ในสัปดาห์นี้ จะหนุนให้มีการเปิดประมูลงานก่อสร้าง
ของภาครัฐเพิ่มขึ้นใน 4Q53-1H54 รวมกับการเปิดประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ อย่าง
รถไฟฟ้าสีแดง รถไฟฟ้าสีเขียวอ่อน และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า 2 แห่ง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ปลายปีนี้ จะทำให้แนวโน้มมูลค่างานในมือปี 54 สดใสขึ้น

มูลค่างานในมือที่เพิ่ม ช่วยให้ฐานะการเงินแข็งแรงขึ้น
การเซ็นสัญญางานโครงการใหม่มูลค่า 17.7 พันล้านบาท จะทำให้มูลค่างานในมือ
ของ STEC พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 31 พันล้นบาท ณ สิ้นปีนี้ สร้างความมั่นคงในการรับรู้ราย
ได้ในปี 54 นอกจากนี้ยังทำให้ฐานะการเงินบริษัทแข็งแรงขึ้น ด้วยฐานะปลอดหนี้ ทำให้ STEC
มีความยืดหยุ่นมากกว่าคู่แข่ง ในการเข้าแข่งขันประมูลงานใหม่

ความเสี่ยง
ปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อประมาณการและคำแนะนำต่อ STEC ของเราคือ 1)
ความล่าช้าในการเซ็นสัญญางานใหม่หรือการเปิดประมูลงานใหม่ และ 2) การปรับขึ้นของราคา
วัสดุก่อสร้าง



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/08/10 เวลา 13:48:38

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น