วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บล.ฟิลลิป : AH ราคาพื้นฐานปี 54 ที่ 16.30 บาท แนะนำ 'ซื้อเก็งกำไร'

ผลประกอบการไตรมาส 2Q53 ปรับสูงขึ้นถึง 117.21 ล้านบาท
ผลดำเนินงานในไตรมาส 2Q53 มียอดขายอยู่ที่ 2,940.83 ล้านบาทปรับตัวสูงขึ้นถึง
94.40%YoY โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศไทย(สัดส่วนราว 65%
ของยอดขาย) เติบโตกว่าเท่าตัวได้ปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของการผลิตรถยนต์ซึ่งส่วนใหญ่
มาจากการผลิต Chassis Framesของค่าย Isuzu ที่ในปัจจุบันใช้กำลังการผลิตอยู่ถึง 85%
มองการเพิ่มขึ้นของการผลิตนี้ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2Q53 นี้ปรับตัวสูงขึ้นมาเป็น
8.45% จาก 5.90% ของไตรมาส 2Q52 และส่งให้ผลประกอบการปรับตัวสูงขึ้น กลับจากขาด
ทุนสุทธิถึง 38.43 ล้านบาทในไตรมาส 2Q52 มาเป็นกำไรสุทธิถึง 117.21 ล้านบาท ผลักดันให้
ผลประกอบการ 6M53 ปรับตัวสูงขึ้นมาเป็น 172.37 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 263.08%YoY ตามการ
ฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 97.64%YoY
เท่ากับ 768,994 คัน

แนวโน้มครึ่งปีหลังยังเติบโตต่อเนื่องคาดทั้งปี 2553 กำไรสุทธิที่ 327.46 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการผลิตในช่วงครึ่งปีหลังนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 791,006 คัน
เพิ่มขึ้น 29.61% YoY ตามคาดการณ์การผลิตรถยนต์ที่ทางสภาอุตสาหกรรมตั้งเป้าทั้งปีไว้ถึง
1.56 ล้านคันเพิ่มขึ้น 56.10%YoY มองจะเป็นปัจจัยบวกผลักดันให้ผลประกอบการของกลุ่ม
ยานยนต์ปรับตัวดีขึ้นเทียบกับปีที่ผ่านมา อีกทั้งการเพิ่มผลิตชิ้นสำหรับ Ford B-Car (Fiesta)
ในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะทำให้กำลังการผลิตของโรงงาน Appico Plastics Rayong เพิ่มมากขึ้น
จากปัจจุบันที่ใช้อยู่เพียง 40% คาดจะเป็นส่วนผลักดันให้ทั้งยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นในของ
ปี 2553 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าโดยทางฝ่ายคาดยอดขายในปี 2553 ไว้ที่ 10,250.92 ล้านบาท
เติบโตราว 44.09% YoYและอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 7.42% จาก 5.03% ของ
ปี 2552

ราคาพื้นฐานปี 2554 ที่ 16.30 บาทแนะนำ 'ซื้อเก็งกำไร'
สำหรับผลประกอบการของปี 2554 นอกจาก Model เดิมที่คาดว่าจะปรับตัวตาม
อุตสาหกรรมยานยนต์แล้วนั้น AH ยังได้รับการยืนยันงานใหม่เพิ่มจาก Honda-Eco car ที่คาด
ว่าจะเริ่มผลิตได้ในช่วงไตรมาส 1Q54 อีกทั้งในช่วงครึ่งปีหลังยังมีงานใหม่จากทั้งค่าย Ford,
Mazda รวมถึง Isuzu-New Pickup โดยได้เพิ่มกำลังการผลิตโดยเฉพาะ Chassis Frame
ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิตในผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มขึ้นอีก 400,000 framesต่อปี จากเดิม
300,000 framesต่อปี (ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ราว 85%) โดยทางฝ่ายประมาณยอดขาย
ของ AH ในปี 2554 ไว้ที่ 11,385.61ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11.07%YoY และกำไรสุทธิทั้งปี
2554 ที่ 364.73 ล้านบาท ในส่วน ของราคาวานนี้ปรับขึ้นราว 2% มี upside ค่อนข้างจำกัด
เทียบกับราคาพื้นฐานปี 2554 ที่ 16.30 บาทอิง P/E 12 เท่าจึงคงคำแนะนำ 'ซื้อเก็งกำไร'



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/08/10 เวลา 9:53:55

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น